หัวข้อข่าว

นักวิทยาศาสตร์พบสายใยจักรวาลหมุนยักษ์ ยาว 50 ล้านปีแสง ท้าทายความเข้าใจวิวัฒนาการกาแล็กซี

cosmic filament

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ทีมนักดาราศาสตร์ประกาศการค้นพบสายใยสสารจักรวาล (cosmic filament) ขนาดมหึมา ซึ่งน่าจะเป็นโครงสร้างที่มีการหมุนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสังเกตได้ ความยาวของสายใยชิ้นนี้ราว 50 ล้านปีแสง และตั้งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 140 ล้านปีแสง — การค้นพบที่เปลี่ยนมุมมองต่อบทบาทของสภาพแวดล้อมต่อการวิวัฒนาการของกาแล็กซี

rotating filament media 1

หัวใจของโครงสร้างนี้ (Cosmic filament) ประกอบด้วย

  • สายใยหลักยาว 50 ล้านปีแสง เป็นที่ตั้งของกาแล็กซีรวมประมาณ 300 แห่ง

  • แกนกลาง (spine) เป็นแถวกาแล็กซี 14 ดวง เรียงกันเกือบเป็นเส้นตรง ยาวราว 5.5 ล้านปีแสง และกว้างประมาณ 117,000 ปีแสง — กว้างกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของทางช้างเผือก

  • กาแล็กซีเหล่านี้อุดมด้วยก๊าซไฮโดรเจน ซึ่งเอื้อการก่อตัวของดาวฤกษ์

ความพิเศษที่สุดคือการเคลื่อนไหวแบบคู่ (dual motion)

ทีมงานวัดการหมุนของสายใยได้ราว 110 กิโลเมตรต่อวินาที (≈68 ไมล์/วินาที) พร้อมพบว่ากาแล็กซีหลายดวงในแนวแกนกลางหมุนตามทิศทางเดียวกับการหมุนของสายใยด้วย — พฤติกรรมที่บ่งชี้ถึงความสัมพันธ์เชิงพลวัตระหว่างโครงสร้างขนาดใหญ่และการเคลื่อนไหวภายในกาแล็กซี

นักวิจัยให้ความเห็นว่า การหมุนแบบรวมศูนย์เช่นนี้ไม่เพียงหายาก แต่ยังท้าทายสมมติฐานเดิมที่ว่าการพัฒนาและรูปร่างของกาแล็กซีถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยภายในเป็นหลัก การค้นพบชี้ว่ากระแสการไหลของสสารและแรงเฉื่อยในสเกลของ cosmic web อาจมีบทบาทสำคัญในการกำหนดการหมุนและวิวัฒนาการของกาแล็กซี

cosmic filament2

ไลลา ยุง (Lyla Jung) นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ผู้ร่วมนำการศึกษา เปรียบเทียบภาพการเคลื่อนไหวว่า “คุณสามารถคิดว่ามันเหมือนเครื่องเล่นถ้วยหมุน — กาแล็กซีแต่ละดวงเป็นเหมือนถ้วยที่หมุนรอบตัวเอง ขณะที่แท่นทั้งหมด (สายใย) ก็หมุนตามไปด้วย”

ผลการค้นพบนี้จะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญทบทวนแบบจำลองการก่อตัวของโครงสร้างขนาดใหญ่ในจักรวาล และต่อยอดการศึกษาว่าแรงโน้มถ่วงและการไหลของสสารบนสเกลโคเปอร์เรชั่น (cosmic-scale flows) มีผลต่อมุมหมุน (spin) ของกาแล็กซีอย่างไร ทีมวิจัยระบุว่าจะต้องมีการสำรวจอย่างละเอียดขึ้นด้วยข้อมูลสังเกตเพิ่มเติมและแบบจำลองเชิงตัวเลข เพื่อยืนยันที่มาของการหมุนและประเมินผลกระทบต่อการเกิดดาวและวิวัฒนาการของกาแล็กซีต่อไป

(งานวิจัยฉบับเต็มและข้อมูลเชิงวิเคราะห์คาดว่าจะเผยแพร่ในวารสารวิชาการต่อไป — การค้นพบชิ้นนี้ถือเป็นหนึ่งในการสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างโครงข่ายจักรวาลกับพลวัตระดับกาแล็กซีที่ลึกซึ้งขึ้น)

tags : iflscience

Facebook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *