ยุคสมัยของสายไฟพะรุงพะรังอาจใกล้ถึงจุดสิ้นสุด เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์จากฟินแลนด์ (Finland) ประสบความสำเร็จในการส่งกระแสไฟฟ้าผ่านอากาศโดยใช้ “คลื่นเสียง” และ “แสงเลเซอร์” นับเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของโลก
‘สายไฟอะคูสติก’ เส้นทางนำไฟฟ้าที่มองไม่เห็น
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิและมหาวิทยาลัยโออูลู ได้บุกเบิกเทคโนโลยี “สายไฟอะคูสติก” (Acoustic Wires) โดยใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิกความเข้มสูงสร้างเส้นทางนำร่องที่มองไม่เห็นในอากาศ เพื่อควบคุมและนำทางประกายไฟให้เคลื่อนที่ไปยังจุดหมายได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องพึ่งพาสายเคเบิลแม้แต่เส้นเดียว
เลเซอร์และคลื่นวิทยุ โครงข่ายไฟฟ้าแห่งอนาคต
นอกจากการใช้เสียงแล้ว นวัตกรรมจากฟินแลนด์ยังขยายขอบเขตไปสู่การใช้พลังงานรูปแบบอื่นเพื่อแก้ปัญหาความท้าทายในอุตสาหกรรม
พลังงานจากลำแสง: การใช้เลเซอร์กำลังสูงส่งไฟฟ้าไปยังตัวรับสัญญาณระยะไกล ซึ่งปลอดภัยกว่าในสภาพแวดล้อมที่อันตราย เช่น โรงงานนิวเคลียร์ หรือสถานีไฟฟ้าแรงสูง
Wi-Fi สำหรับผลิตพลังงาน: การเก็บเกี่ยวพลังงานจากคลื่นความถี่วิทยุ (RF) รอบตัวให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดความจำเป็นในการใช้แบตเตอรี่แบบใช้แล้วทิ้งในอุปกรณ์เซ็นเซอร์ขนาดเล็ก (IoT) ได้มหาศาล
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโลก ?
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ใช่แค่การทดลองในห้องแล็บ แต่คือจุดเปลี่ยนที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นและไร้ขีดจำกัดมากขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมทั่วโลก ปูทางสู่โลกที่อุปกรณ์ทุกอย่างทำงานได้โดยไม่ต้องเสียบปลั๊กแบบดั้งเดิมอีกต่อไป
ความสำเร็จของฟินแลนด์ในเดือนมกราคม 2026 นี้ คือสัญญาณเตือนถึงการล่มสลายของข้อจำกัดทางกายภาพแบบเดิมๆ และเป็นการปักหมุดหมายใหม่ว่า “พลังงาน” ไม่จำเป็นต้องผูกติดอยู่กับสายไฟอีกต่อไป
tags : facebook