ภาพที่เคยเห็นแค่ในหนังไซไฟกลายเป็นจริงแล้ว! LimX Dynamics สตาร์ทอัพดาวรุ่งจากเซินเจิ้น ปล่อยวิดีโอสุดไวรัลโชว์ความสำเร็จของระบบ Autonomous Deployment เมื่อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น Oli จำนวน 18 ตัว สามารถแกะกล่องและเริ่มปฏิบัติงานได้เอง 100% โดยไม่ต้องมีมนุษย์ช่วยกดปุ่มสั่งงานแม้แต่นิดเดียว!
Unbox & Deploy แกะกล่องพร้อมรบในพื้นที่จำกัด
ความว้าวเริ่มตั้งแต่ฝาตู้คอนเทนเนอร์เปิดออก หุ่นยนต์ Oli ทั้ง 18 ตัวที่พับตัวอยู่เริ่มยืดตัวขึ้นเต็มความสูง 165 ซม. และก้าวเดินออกมาอย่างเป็นระเบียบ ระบบเซนเซอร์ขั้นสูงช่วยให้พวกมันหลบหลีกกันเองได้แบบ Real-time แม้ในพื้นที่แคบจัด โชว์ศักยภาพการจัดส่งหุ่นยนต์เข้าโรงงานแบบ “วางปุ๊บ เริ่มงานปั๊บ”
COSA System: สมองส่วนกลางที่สั่งการเหมือนกองทัพ
เบื้องหลังความพริ้วไหวคือซอฟต์แวร์ใหม่ที่ชื่อว่า COSA ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการตัดสินใจ (Decentralized Decision Making) หุ่นยนต์แต่ละตัวจะรู้ตำแหน่งของเพื่อนร่วมทีมและจัดลำดับความสำคัญของงานได้เอง เช่น ตัวไหนควรเดินก่อน หรือตัวไหนควรไปหยิบของก่อน โดยใช้การทรงตัวที่แม่นยำระดับ 1,000 ครั้งต่อวินาที!
Industrial-Ready: ไม่ใช่ของเล่น แต่คือ "แรงงาน" ตัวจริง
ต่างจากหุ่นยนต์ตัวอื่นที่เน้นโชว์พับผ้าหรือทำอาหาร เพราะถูกออกแบบมาเพื่อ “งานหนัก” ในโรงงานอุตสาหกรรม
Modular Design: เปลี่ยนชิ้นส่วนมือหรือขาได้ตามหน้างาน เช่น ยกกล่องสินค้าหรือเดินขึ้นบันได
Agility: ลื่นล้มก็ลุกเองได้ ทรงตัวขาเดียวได้ และเดินบนเศษซากปรักหักพังได้สบายๆ ด้วยระบบ Reinforcement Learning
LimX Dynamics ทุบกำแพงราคา
ด้วยการตั้งราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 22,000 ดอลลาร์ (ราว 780,000 บาท) ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับโลก ทำให้การนำกองทัพหุ่นยนต์มาใช้ในภาคธุรกิจไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปสำหรับผู้ประกอบการยุค 2026
การเปิดตัวกองทัพหุ่นยนต์ครั้งนี้คือการประกาศชัดเจนว่ายุคของ “Autonomous Workforce” ได้มาถึงแล้ว หุ่นยนต์ไม่ได้แค่ทำตามคำสั่งทีละขั้นตอนอีกต่อไป แต่สามารถ “ทำงานเป็นทีม” และจัดการตัวเองได้ทันทีที่ถึงหน้างาน เป็นก้าวกระโดดสำคัญที่ภาคการผลิตทั่วโลกต้องจับตามอง
tags : techeblog