หัวข้อข่าว

ญี่ปุ่นสร้าง 3D Printing ด้วยวัสดุสุดโหดอย่าง Tungsten สำเร็จ ใช้เทคนิค ‘ทำให้นิ่มแต่ไม่หลอม’ ทลายข้อจำกัดโลกวิศวกรรม

3D Printing

วงการอุตสาหกรรมหนักต้องสั่นสะเทือน! เมื่อทีมวิจัยจากญี่ปุ่น นำโดย Keita Marumoto ร่วมกับยักษ์ใหญ่ Mitsubishi Materials ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยี 3D Printing กับวัสดุสุดโหดอย่าง Tungsten Carbide (WC–Co) ได้สำเร็จ โดยคงความแข็งแกร่งไว้ได้สูงถึง 1400 HV ซึ่งใกล้เคียงกับอัญมณีอย่างแซฟไฟร์และเพชรเลยทีเดียว

iN9wqHHbBZErYh7v6q6Xuc

The Challenge ทำไม ‘ทังสเตน’ ถึงเป็นฝันร้ายของเครื่องพิมพ์ 3D?

ทังสเตนคาร์ไบด์ขึ้นชื่อเรื่องความ “แข็งและทน” จนถูกนำไปทำใบมีดตัดเหล็กหรือหัวเจาะสว่าน แต่ความแข็งนี้แหละที่เป็นอุปสรรคการพิมพ์โลหะทั่วไปต้องหลอมละลายวัสดุซ้ำๆ ซึ่งทำให้โครงสร้างภายในของทังสเตนพัง เกิดรอยร้าว หรือเสื่อมสภาพจนเสียคุณสมบัติความแข็งไป

วิธีผลิตแบบเดิม (Powder Metallurgy) ทั้งแพงและสิ้นเปลืองวัสดุมาก เพราะต้องขึ้นรูปใหญ่แล้วค่อยมาเจียรส่วนเกินออก

เคล็ดลับ ‘ทำให้นิ่มแทนการหลอม’

ทีมวิจัยฉีกตำราเดิมด้วยเทคนิค Hot-wire Laser Irradiation

ใช้เลเซอร์ยิงร่วมกับการอุ่นวัสดุเติม (Wire) ให้ร้อนรอไว้ก่อนแทนที่จะยิงจนละลายเป็นน้ำ ทีมงานคุมความร้อนให้อยู่ในจุดที่วัสดุ “อ่อนตัว” พอที่จะยึดติดกันเป็นชั้นๆ ได้ แต่ไม่ร้อนจนโครงสร้างเม็ดวัสดุ (Grain) ขยายตัวใหญ่เกินไปจนเปราะ

เพื่อแก้ปัญหาการแตกร้าวจากความร้อน ทีมวิจัยได้ใส่ชั้นคั่นที่เรียกว่า Ni-based alloy middle layer

SxeZXJztvuSXuacq72W36d

ชั้นโลหะผสมนิกเกิลนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวประสานและช่วยควบคุมอุณหภูมิในระหว่างการพิมพ์ Result: ได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์แบบ มีความแข็งแรงคงที่เกิน 1400 HV ทั่วทั้งชิ้นงาน และแทบไม่พบจุดบกพร่อง (Defect) ตามเกณฑ์การวิจัย

นวัตกรรม 3D Printing นี้ไม่ได้แค่ล้ำ แต่ยังช่วยประหยัดต้นทุนมหาศาล
  • Targeted Deposit: ระบบ Additive Manufacturing (AM) ช่วยให้เลือกเติมเนื้อทังสเตนได้เฉพาะจุดที่ต้องการความทนทานสูง เช่น บริเวณ “คมตัด” ของเครื่องมือ

  • Zero Waste: ลดการใช้วัตถุดิบราคาแพงอย่างทังสเตนและโคบอลต์ได้อย่างเห็นผล เมื่อเทียบกับการขึ้นรูปจากก้อนโลหะขนาดใหญ่แบบเดิม

ความสำเร็จของทีมวิจัยญี่ปุ่นในครั้งนี้คือ “ก้าวสำคัญ” ที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เครื่องมือตัดและแม่พิมพ์ในอุตสาหกรรม แม้ปัจจุบันจะยังมีโจทย์เรื่องการลดรอยแตก (Cracking) ในรูปทรงที่ซับซ้อน แต่เทคนิค “ทำให้นิ่มแทนการหลอม” นี้ได้เปิดประตูบานใหญ่ให้เราสามารถพิมพ์วัสดุที่ “แข็งที่สุดในโลก” ให้กลายเป็นรูปทรงตามใจชอบได้ในอนาคตอันใกล้

Facebook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *