พลิกตำราดาราศาสตร์ครั้งใหญ่! เมื่อทีมนักวิจัยนานาชาติขุดข้อมูลเก่าจากยุค 90 มาปัดฝุ่นใหม่ จนพบหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่า ดาวศุกร์ (Venus) อาจซ่อน “อุโมงค์ยักษ์” หรือท่อลาวาขนาดมหึมาไว้ใต้ดิน ซึ่งมีขนาดใหญ่โตกว่าท่อลาวาบนโลกและดวงจันทร์หลายเท่าตัว เปลี่ยนมุมมองที่ว่าดาวศุกร์เป็นดาวที่ “ตายแล้ว” ไปอย่างสิ้นเชิง
Data Mining ข้อมูลเก่าที่เล่าเรื่องใหม่
การค้นพบนี้ไม่ได้มาจากยานลำใหม่ แต่มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลเรดาร์ของยาน Magellan (NASA) ที่บันทึกไว้เมื่อ 30 ปีก่อนอย่างละเอียด
The Evidence: นักวิทยาศาสตร์พบร่องรอยการยุบตัวของพื้นผิวใกล้ภูเขาไฟ Nyx Mons ซึ่งมีลักษณะเหมือน “หลังคาอุโมงค์ที่พังทลาย” คล้ายกับที่พบในถ้ำลาวาบนโลกและดวงจันทร์
Rare Find: นี่ถือเป็นรายงานการพบท่อลาวาบนดาวศุกร์เพียงครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศ
Record Breaking ใหญ่กว่าโลกและดาวอังคารหลายเท่า!
สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องทึ่งคือ “ขนาด” ของมัน งานวิจัยในวารสาร Icarus ระบุว่าท่อลาวานี้อาจมีความกว้างถึง 1 กิโลเมตรโดยปกติท่อลาวาจะใหญ่ขึ้นเมื่อแรงโน้มถ่วงต่ำ (เช่น บนดวงจันทร์) แต่ดาวศุกร์ที่มีแรงโน้มถ่วงใกล้เคียงโลก (91%) กลับมีท่อลาวาที่ใหญ่กว่าทฤษฎีเดิมคาดการณ์ไว้มาก กลายเป็นข้อยกเว้นสำคัญของกฎธรณีวิทยาในระบบสุริยะ
แม้จะมีอุโมงค์ยักษ์ขนาดนี้ แต่ดาวศุกร์ก็ยังคงเป็นสถานที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งมีชีวิต
ด้วยอุณหภูมิพื้นผิวสูงถึง 480 องศาเซลเซียส และแรงดันมหาศาลกว่าโลก 90 เท่า ทำให้ท่อลาวาเหล่านี้ไม่สามารถใช้เป็นที่พักพิงของมนุษย์ได้เหมือนบนดวงจันทร์ อย่างไรก็ตาม มันช่วยยืนยันว่าดาวศุกร์ยังคงมีระบบภูเขาไฟที่ซับซ้อนและอาจจะยังมีพลังงานหลงเหลืออยู่ภายใน ไม่ใช่ดาวที่สงบนิ่งอย่างที่เคยเข้าใจ
ในอีก 10 ปีข้างหน้า โลกกำลังส่ง "นักสืบอวกาศ" ไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
DAVINCI & VERITAS (NASA): เตรียมสแกนพื้นผิวด้วยเรดาร์ความละเอียดสูงในปี 2030
EnVision (ESA): ยานของยุโรปที่จะติดตั้งเรดาร์เจาะทะลุพื้นดิน (Subsurface Radar) ซึ่งสามารถมองลึกลงไปใต้ดินได้หลายร้อยเมตรเพื่อยืนยันการมีอยู่ของอุโมงค์เหล่านี้
การค้นพบเบาะแส "ท่อลาวายักษ์" บนดาวศุกร์ (Venus) ในครั้งนี้
คือก้าวสำคัญที่ช่วยไขปริศนาวิวัฒนาการของดาวเคราะห์เพื่อนบ้านที่ลึกลับที่สุด มันพิสูจน์ให้เห็นว่ากระบวนการทางธรณีวิทยาในจักรวาลยังมีสิ่งที่เราไม่รู้อีกมาก และดาวศุกร์อาจมีความลับที่ “แสบร้อน” และยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ใต้ฝ่าเท้าที่เรายังเข้าไม่ถึง
tags : reuters