บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพด้าน De-extinction อย่าง Colossal Biosciences ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังสามารถฟักลูกไก่ที่แข็งแรงได้ถึง 26 ตัว ผ่านระบบ “ไข่เทียม” แบบไร้เปลือกชีวภาพ ซึ่งอาจกลายเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นคืนชีพสัตว์สูญพันธุ์ในอนาคต เช่น นกโดโด และนกโมอายักษ์
ก้าวใหม่ของวิทยาศาสตร์! จาก “ไข่เทียม” สู่การคืนชีพสัตว์สูญพันธุ์
เทคโนโลยีนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาที่โลกวิทยาศาสตร์เจอมานาน นั่นคือ สัตว์สูญพันธุ์บางชนิดมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่นกยุคปัจจุบันจะสามารถฟักไข่แทนได้ โดยเฉพาะ “นกโมอา” ที่เคยสูงกว่า 3 เมตร และมีไข่ขนาดมหึมา
“ไข่เทียม” ไม่ได้สร้างไข่ใหม่ แต่แทนที่เปลือกไข่
ระบบของ Colossal ใช้เยื่อซิลิโคนสังเคราะห์แบบกึ่งซึมผ่านได้ เพื่อเลียนแบบการแลกเปลี่ยนอากาศของเปลือกไข่ธรรมชาติ ควบคู่กับโครงสร้างตาข่ายพิมพ์ 3 มิติ ที่ช่วยปกป้องตัวอ่อนระหว่างการเติบโต จุดเด่นสำคัญคือ ระบบสามารถทำงานได้ในระดับออกซิเจนปกติ ไม่ต้องใช้ออกซิเจนเข้มข้นเหมือนการทดลองยุคก่อน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการทำลาย DNA ของตัวอ่อน
นอกจากนี้ ตัวไข่ยังมี “หน้าต่างใส” ให้นักวิทยาศาสตร์สังเกตพัฒนาการของหัวใจและหลอดเลือดแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องเปิดระบบหรือรบกวนสภาพแวดล้อมภายใน
เป้าหมายใหญ่ “คืนชีพนกโดโด”
แม้ปัจจุบันระบบยังต้องเริ่มต้นจากไข่ที่วางโดยแม่นกจริง แต่หลังจากนั้นนักวิทยาศาสตร์จะย้ายเนื้อเยื่อทั้งหมดเข้าสู่ไข่เทียม เพื่อให้ตัวอ่อนเติบโตต่อจนฟักออกมาได้สำเร็จ Colossal มองว่า เทคโนโลยีนี้จะเป็นก้าวสำคัญสู่การสร้างตัวอ่อนของสัตว์สูญพันธุ์ที่ไม่มี “แม่อุ้มบุญ” รองรับในธรรมชาติอีกต่อไป โดยเฉพาะนกโดโดที่กำลังอยู่ในแผนการพัฒนา และนกโมอาขนาดยักษ์จากนิวซีแลนด์
ไม่ใช่แค่คืนชีพสัตว์สูญพันธุ์ แต่ช่วยอนุรักษ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ด้วย
นักวิจัยเชื่อว่า ระบบไข่เทียมสามารถต่อยอดไปสู่การอนุรักษ์นกหายาก ช่วยเพิ่มอัตราการรอดของตัวอ่อน รวมถึงใช้ในงานเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น การผลิตโปรตีนรักษาโรคผ่านไข่ของไก่ดัดแปลงพันธุกรรม
อย่างไรก็ตาม ยังมีนักวิทยาศาสตร์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่ Colossal สร้างขึ้นอาจเรียกว่า “เปลือกไข่เทียม” มากกว่าไข่เทียมเต็มรูปแบบ เพราะองค์ประกอบทางชีววิทยาหลักยังคงต้องมาจากไข่จริงของนก อีกทั้งบริษัทก็ยังไม่ได้เผยข้อมูลอัตราความสำเร็จทั้งหมด และยังไม่มีงานวิจัยผ่านการตรวจสอบแบบ Peer-reviewed ออกสู่สาธารณะในตอนนี้
tags reuters