OpenAI เดินหน้าขยายตระกูล GPT-6 อย่างต่อเนื่อง หลังเปิดตัว GPT-6 Sol และ GPT-6 Luna สองโมเดลใหม่ที่นำความสามารถจาก GPT-6 Astra มาปรับให้เหมาะกับงานที่ต้องการความเร็วและต้นทุนที่ควบคุมได้ พร้อมลดราคา API ลง 50% เมื่อเทียบกับราคาโปรโมชันของ GPT-5.6
การเปิดตัวครั้งนี้ทำให้ตระกูล GPT-6 ของ OpenAI มีทั้งหมด 3 รุ่น
ได้แก่ GPT-6 Astra, GPT-6 Sol และ GPT-6 Luna โดย OpenAI วางตำแหน่ง Sol สำหรับงานที่ต้องการความสามารถด้านการให้เหตุผลและงาน Coding ที่ซับซ้อน ส่วน Luna เน้นการทำงานที่ต้องการความเร็วและรองรับงานจำนวนมากในต้นทุนที่ต่ำกว่า
OpenAI ระบุว่า Sol และ Luna สร้างต่อยอดจากความก้าวหน้าของ Astra ทั้งด้านความสามารถและ Alignment หรือการทำให้โมเดลทำงานสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและเจตนาของผู้ใช้ ขณะเดียวกันบริษัทได้ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ Caching และ Inference ซึ่งช่วยลดเวลาและทรัพยากรที่ต้องใช้ในการประมวลผล
ด้านผลการทดสอบ OpenAI ระบุว่า
GPT-6Sol สามารถทำผลงานได้ดีขึ้นหรืออยู่ในระดับใกล้เคียงกับโมเดลระดับบนในการทดสอบหลายประเภท โดยเฉพาะงาน Coding และ Agentic Workflows ซึ่งเป็นงานที่ AI ต้องวางแผนและใช้เครื่องมือหลายขั้นตอนต่อเนื่องกัน ทั้งนี้ ตัวเลขและผลการทดสอบดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ OpenAI รายงานเอง จึงควรพิจารณาควบคู่กับผลทดสอบจากแหล่งอื่น
จุดที่น่าสนใจไม่แพ้ประสิทธิภาพคือ
ราคา API โดย GPT-6Sol มีราคามาตรฐานอยู่ที่ 2 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน Input Tokens และ 10 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน Output Tokens ขณะที่ GPT-6 Luna อยู่ที่ 0.10 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน Input Tokens และ 0.50 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน Output Tokens
พูดง่าย ๆ คือ Luna ถูกวางมาให้เหมาะกับงานที่ต้องประมวลผลจำนวนมาก เช่น ระบบอัตโนมัติ งานประมวลผลข้อมูล หรือ AI Agent จำนวนมาก ส่วน Sol อยู่ตรงกลางระหว่างประสิทธิภาพระดับสูงกับต้นทุนการใช้งานที่ลดลง
สำหรับการใช้งานในผลิตภัณฑ์ของ OpenAI นั้น GPT-6 Sol และ GPT-6 Luna เริ่มเปิดให้ใช้งานแล้วใน ChatGPT Work และ Codex สำหรับลูกค้า Plus, Pro, Business, Enterprise และ Edu ขณะที่ผู้ใช้ Free และ Go สามารถทดลอง GPT-6 Luna ผ่านแอปบนคอมพิวเตอร์ได้ นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นเปิดให้ใช้งานผ่าน API แล้ว แต่ในช่วงเปิดตัว ยังไม่สามารถเลือก GPT-6 Sol หรือ Luna ได้โดยตรงใน Chat ปกติร์ ในตอนนี้ยังไม่สามารถเลือกใช้งานได้ผ่าน Chat
tags : OpenAI