หัวข้อข่าว

Beyond Aero เผยโฉม “BYA-I” เจ็ตส่วนตัวพลังงานไฮโดรเจน ปล่อยแค่ “หยดน้ำ” เตรียมซิ่งน่านฟ้าปี 2030

BYA-I

ใครบอกว่าการนั่งเจ็ตส่วนตัวต้องทำลายโลก? ลบภาพจำเดิมๆ ไปได้เลย เพราะสตาร์ตอัปตัวแรงจากฝรั่งเศสอย่าง Beyond Aero เพิ่งประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพลังงานไฮโดรเจนรุ่น BYA-I One ผ่านการประเมินการออกแบบเบื้องต้น (PDR) เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นใบเบิกทางสำคัญสู่การขอใบรับรองมาตรฐานการบินระดับสากล และเปลี่ยนโฉมวงการการบินให้กลายเป็น “สีเขียว” อย่างแท้จริง

นวัตกรรมไฮโดรเจน 700 บรรยากาศ: ไม่ง้อระบบแช่แข็ง

Beyond Aero

ความล้ำของ BYA I อยู่ที่การเลือกใช้ก๊าซไฮโดรเจนที่ถูกอัดด้วยแรงดันสูงถึง 700 บรรยากาศ แทนการใช้ไฮโดรเจนเหลวที่ต้องพึ่งพาระบบแช่แข็งสุดซับซ้อนและหนักอึ้ง วิธีนี้ช่วยให้ตัวเครื่องสามารถใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน จัดการระบบความร้อนได้ง่ายขึ้น และลดน้ำหนักถังบรรจุได้มหาศาล แม้จะมีความท้าทายเรื่องน้ำหนักของถังคาร์บอนไฟเบอร์อยู่บ้าง แต่ทีมวิศวกรก็มั่นใจว่านี่คือทางออกที่คุ้มค่าที่สุดในตอนนี้

เงียบกริบ-ไร้มลพิษ จบปัญหา Flight Shaming

สำหรับใครที่กังวลเรื่องภาษีคาร์บอนหรือกระแส “Flight Shaming” (การต่อต้านการบินที่สร้างมลพิษ) BYA-I คือคำตอบครับ! เพราะระบบส่งกำลังของเครื่องบินลำนี้ใช้เซลล์เชื้อเพลิงขับเคลื่อนใบพัดไฟฟ้า (Electric propfans) ที่นอกจากจะปล่อยของเสียออกมาเป็นเพียง “หยดน้ำ” บริสุทธิ์แล้ว ยังทำงานได้เงียบกว่าเครื่องยนต์เจ็ตแบบดั้งเดิมหลายเท่าตัว มอบประสบการณ์การเดินทางที่สงบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขั้นสุด

สเปกจัดเต็ม: บินไกล 1,400 กม. รองรับ 8 ที่นั่ง

แม้จะเป็นพลังงานสะอาดแต่สมรรถนะบอกเลยว่าไม่ธรรมดา BYA I ถูกออกแบบมาเพื่อเที่ยวบินระยะสั้น-กลาง โดยทำความเร็วได้สูงสุด 556 กม./ชม. และบินได้ไกลถึง 1,482 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (หรือเติมเชื้อเพลิง) หนึ่งครั้ง ภายในห้องโดยสารกว้างขวางรองรับผู้โดยสารได้ 8 คน พร้อมลูกเรืออีก 2 คน มั่นใจได้ด้วยระบบสำรองไฟจากเซลล์เชื้อเพลิงขนาด 400 กิโลวัตต์ถึง 6 ตัว ที่เสถียรไม่แพ้เครื่องยนต์น้ำมันเลยทีเดียว

Beyond Aero ไม่ได้มองแค่การเป็นเครื่องบินต้นแบบ แต่กำลังเดินหน้าขอใบรับรองมาตรฐาน CS-25/Part 25 จากทั้ง EASA (ยุโรป) และ FAA (สหรัฐฯ) ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุดที่ปกติใช้กับเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ เพื่อการันตีว่า BYA I จะเป็นยานพาหนะที่ปลอดภัยและพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์ได้จริงภายในปี 2030 นี้

tags larazon

Facebook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *