ในโลกที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ Elon Musk มหาเศรษฐีเจ้าของอาณาจักรเทคโนโลยี กลับออกมาพยากรณ์ถึง “จุดจบ” ของอุปกรณ์ที่เราคุ้นเคย โดยเขามองว่า AI จะเข้ามาปฏิวัติพฤติกรรมการใช้งานจนทำให้มือถือในปัจจุบันกลายเป็นวัตถุโบราณที่ล่าช้าเกินแกงภายในสิ้นทศวรรษนี้
The ‘Wait Time’ Problem ความเร็วที่ยังช้าไม่ทันใจ
Musk ชี้ให้เห็นว่า แม้สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ในปัจจุบันจะมีชิปเซ็ตที่ทรงพลังและหน้าจอสัมผัสที่ลื่นไหลแค่ไหน แต่ “กระบวนการใช้งาน” ยังคงติดอยู่ในลูปเดิมๆ ที่น่ารำคาญ
Manual Loop: ปลดล็อกหน้าจอ > ค้นหาแอป > แตะเปิด > รอการตอบสนอง
The Inefficiency: ในสายตาของ Musk กระบวนการเหล่านี้คือ “อุปสรรค” ที่ขัดขวางประสบการณ์แบบทันที (Instant Experience) ซึ่งผู้ใช้ยุคใหม่ไม่ควรต้องเสียเวลารออีกต่อไป
Context-Aware AI เมื่อมือถือ ‘คิดแทน’ ก่อนที่คุณจะสั่ง
วิสัยทัศน์ของ Musk คือการเปลี่ยนจากอุปกรณ์ที่ “รอรับคำสั่ง” เป็นอุปกรณ์ที่ “เข้าใจบริบท
AI ในอนาคต (ภายใน 5-6 ปีข้างหน้า) จะสามารถคาดเดาสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการทำล่วงหน้าได้เกือบทั้งหมด รูปลักษณ์ภายนอกของมือถืออาจไม่เปลี่ยนไปมาก แต่ “ไส้ใน” จะถูกขับเคลื่อนด้วย AI ที่ทำงานแบบเชิงรุก (Proactive AI) จนคุณแทบไม่ต้องแตะหน้าจอเพื่อเปิดแอปแบบเดิมอีก
คำทำนายนี้เริ่มเห็นเค้าลางความเป็นจริงเมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ Google เริ่มขยับตัว
Galaxy AI: การนำ AI เข้ามาเป็นหัวใจหลักในรุ่นปัจจุบันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
The 2030 Landmark: หากตารางเวลาของ Musk แม่นยำ เราอาจเห็น Galaxy S31 หรือรุ่นเรือธงในอนาคต กลายเป็นอุปกรณ์ AI เต็มรูปแบบที่ทำงานผ่านคำสั่งเสียงหรือการคาดการณ์พฤติกรรม จนทำให้มือถือรุ่นปัจจุบันดูเหมือนโทรศัพท์ปุ่มกดในอดีต
Elon Musk กำลังส่งสัญญาณว่ายุคสมัยของ “แอปพลิเคชัน” (App-centric era) กำลังจะสิ้นสุดลง และถูกแทนที่ด้วยยุคของ “ปัญญาประดิษฐ์เชิงบริบท” (AI-centric era) แทน ซึ่งความท้าทายนี้ไม่ได้อยู่แค่ที่ตัวเครื่อง แต่เป็นโจทย์ใหญ่ของนักพัฒนาทั่วโลกที่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการสร้างแอป มาเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ AI สามารถจัดการให้มนุษย์ได้แบบไร้รอยต่อ
tags : sammobile