หัวข้อข่าว

อเมริกาทดสอบสำเร็จขีปนาวุธ SiAW อัปเดตระบบได้เหมือน iPhone

SiAW

กองทัพอากาศสหรัฐฯ และผู้พัฒนา Northrop Grumman ประกาศความสำเร็จในการทดสอบการแยกตัวของขีปนาวุธรุ่นใหม่ Stand-in Attack Weapon (SiAW) จากเครื่องบินขับไล่ F-16 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของโครงการอาวุธที่ออกแบบให้สามารถ อัปเกรดซอฟต์แวร์ได้อย่างต่อเนื่อง เสมือนการอัปเดตระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟน

SiAW พัฒนาต่อยอดจากพื้นฐานขีปนาวุธ AGM-88G AARGM-ER

อเมริกาทดสอบสำเร็จขีปนาวุธ SiAW

ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบเปิด (open architecture) และแนวทางออกแบบเชิงดิจิทัล (digital engineering) ทำให้ระบบย่อยต่างๆ ของอาวุธสามารถอัปเดตหรือเปลี่ยนฟังก์ชันด้วยซอฟต์แวร์โดยไม่ต้องออกแบบตัวอาวุธใหม่ทั้งหมด — แนวทางที่ช่วยลดเวลา ต้นทุน และเพิ่มความยืดหยุ่นต่อการปรับตัวตามภัยคุกคามใหม่

จุดประสงค์หลักของ Stand-in Attack Weapon คือ

การจัดการกับพื้นที่ที่ศัตรูสร้างเขตต่อต้าน (A2/AD) ไว้หนาแน่น โดยเป็นขีปนาวุธแบบ “ยิงเข้าใกล้” (stand-in) ที่สามารถแทรกซึมเข้าไปในอากาศของฝ่ายตรงข้ามได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับอาวุธแบบยิงจากระยะไกลแบบดั้งเดิม

ในด้านเทคนิคผสานระบบนำวิถีหลายชั้น ได้แก่

ขีปนาวุธ SiAW

ระบบล็อกเป้าด้วยเรดาร์แบบพาสซีฟที่ปลายหาง (tail controlled / passive radar homing), ระบบดาวเทียม GPS ร่วมกับ INS และหัวเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (mm-wave active radar homing) เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความทนทานต่อการถูกรบกวนสัญญาณ

เป้าหมายที่ออกแบบให้โจมตีครอบคลุมตั้งแต่แท่นยิงจรวดแบบยุทธวิธี ตู้ยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือ ยานพาหนะยิงขีปนาวุธร่อน ไปจนถึงแพลตฟอร์มรบกวน GPS และระบบต่อต้านดาวเทียม — โดย Stand-in Attack Weapon ถูกทดสอบการแยกตัวจาก F-16 แล้ว ขณะเดียวกันมีแผนติดตั้งให้ใช้งานร่วมกับเครื่องบินรุ่นต่าง ๆ ทั้ง F-35 (ช่องเก็บอาวุธภายในเพื่อคงความล่องหน), F-15E/EX และแม้แต่ B-21 ในแผนระยะต่อไป

อัปเดตระบบได้เหมือน iPhone

โครงการ Stand-in Attack Weapon ซึ่งเปิดตัวเชิงทางการในปี 2023 ดำเนินงานโดย Northrop Grumman ภายใต้กรอบงบประมาณราว 705 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหน่วยงานคาดว่า Stand-in Attack Weapon จะพร้อมประจำการในปี 2026 — หากผ่านการทดสอบขั้นต่อไปและได้รับการอนุมัติทางการทหาร

ความสามารถในการอัปเดตด้วยซอฟต์แวร์ถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงยุทธวิธี — ช่วยให้กองทัพปรับพารามิเตอร์นำวิถี อัลกอริธึมการค้นหาเป้าหมาย หรือมาตรการต้านการรบกวน ได้รวดเร็วตามสถานการณ์จริงโดยไม่ต้องเรียกคืนอาวุธจากสนามรบ ทั้งยังสอดรับกับแนวคิดการรบยุคใหม่ที่เน้นความยืดหยุ่นและการอัปเกรดอย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์จากการทดสอบนี้สะท้อนว่าอาวุธยุคหน้าไม่ได้เป็นเพียง “เหล็กกับเชื้อเพลิง” อีกต่อไป แต่คือระบบซอฟต์แวร์–ฮาร์ดแวร์ที่ต้องรองรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเผชิญความท้าทายของระบบป้องกันอากาศและอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคต

tags : theaviationist

Facebook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *