ถ้าพูดถึง “กำแพงเมืองจีน” หลายคนคงนึกถึงสิ่งก่อสร้างอิฐหินสุดลูกหูลูกตา แต่รู้หรือไม่? จีนยังมีกำแพงยักษ์อีกแห่งที่สร้างจาก “ต้นไม้” ยาวกว่า 3,046 กิโลเมตร (ยาวกว่าระยะทางเหนือจรดใต้ของไทยเกือบ 2 เท่า!) เพื่อสู้กับวิกฤตธรรมชาติและหยุดยั้งการรุกรานของทะเลทราย
ปาฏิหาริย์กลาง "ทะเลแห่งความตาย"
กำแพงสีเขียวนี้ตั้งอยู่รอบทะเลทราย ทาคลามากัน (Taklamakan) ในซินเจียง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่แห้งแล้งและโหดร้ายที่สุดในโลก จนได้รับฉายาว่า “สถานที่ที่ไม่มีวันหวนกลับ”
โครงการปลูกป่านี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 1978 ภายใต้ชื่อ “China’s Three-North Shelterbelt Forest Program” โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างแนวกันลมธรรมชาติ ป้องกันพายุทรายไม่ให้ซัดถล่มพื้นที่เกษตรกรรมและลามไปไกลถึงกรุงปักกิ่ง
วิจัยคอนเฟิร์ม ดูดซับคาร์บอนได้จริง ไม่จกตา
ที่ผ่านมาเคยมีเสียงวิจารณ์ว่าการปลูกพืชในทะเลทรายจะได้ผลจริงหรือ? แต่ล่าสุดงานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ริเวอร์ไซด์ ที่ตีพิมพ์เมื่อต้นปี 2026 ได้ใช้ข้อมูลดาวเทียมพิสูจน์แล้วว่าโครงการนี้สร้างผลลัพธ์มหาศาล
แหล่งดูดซับคาร์บอนชั้นยอด: ในช่วงปี 2004 – 2017 พื้นที่นี้ดูดซับ CO2 ได้เฉลี่ยถึง 8.3 ล้านตันต่อปี ในขณะที่ปล่อยออกมาเพียง 6.7 ล้านตัน
ตัวเลขไม่โกหก: ดาวเทียมตรวจพบกิจกรรมการสังเคราะห์แสงที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เปลี่ยนทะเลทรายแห้งแล้งให้กลายเป็นระบบนิเวศที่ช่วยกรองอากาศโลก
ทางรอดที่ต้องทำควบคู่กัน
คิง-ไฟ ลี นักฟิสิกส์บรรยากาศผู้ร่วมวิจัยระบุว่า แม้ที่นี่จะไม่ใช่ป่าฝนที่เขียวชอุ่ม แต่การที่พุ่มไม้ในทะเลทรายสามารถกักเก็บคาร์บอนได้อย่างสม่ำเสมอถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง
อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยย้ำว่านี่ไม่ใช่ “ไม้ตาย” เดียวที่จะหยุดโลกร้อนได้ การปลูกป่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่มนุษย์ต้องทำควบคู่กันไปอย่างเร่งด่วนคือการลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อให้โลกของเรากลับมาสมดุลอย่างยั่งยืน
tags :iflscience, TNN