หัวข้อข่าว

จีนประสบผลสำเร็จในการทดสอบ “รถบรรทุกไร้คนขับ” ในเหมืองที่สูงที่สุดของโลก ทำงานอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง

Unmanned Mining Trucks

จีนประกาศความสำเร็จในการทดสอบรถบรรทุกไร้คนขับสำหรับงานเหมืองที่ “Huoshaoyun” ในเขตซินเจียง เหมืองตะกั่ว-สังกะสีซึ่งตั้งอยู่บนที่สูงกว่า 5,600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และถูกยกให้เป็นเหมืองที่สูงที่สุดในโลก การทดสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนา “เหมืองอัจฉริยะ” เพื่อลดความเสี่ยงต่อแรงงานมนุษย์และยกระดับประสิทธิภาพการขุดในสภาพแวดล้อมสุดขั้ว

“รถบรรทุกไร้คนขับ” (Unmanned Mining Trucks)

เหมือง Huoshaoyun ตั้งอยู่ในเทือกเขาคุนหลุน ที่มีออกซิเจนเพียงครึ่งหนึ่งของระดับน้ำทะเล อุณหภูมิติดลบตลอดปี และมีลมแรง-น้ำแข็งถาวร ทำให้การส่งคนนาน ๆ ไปปฏิบัติงานมีความเสี่ยงสูง รัฐบาลระบุว่าพื้นที่แหล่งแร่นี้มีปริมาณรวมมากกว่า 21 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 370,000 ล้านหยวน (ราว 1.66 ล้านล้านบาท)

รถบรรทุกไร้คนขับ

ยานที่นำมาทดสอบพัฒนาโดย Beijing Linghang Zhitu Technology

(บริษัทในเครือสำนักการรถไฟที่ 19) เป็นรถบรรทุกที่ออกแบบมาไร้ห้องคนขับ ติดตั้งการประมวลผลหลายเซ็นเซอร์, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การสื่อสาร 5G และระบบคลาวด์ เพื่อทำงานแบบอัตโนมัติและประสานงานกับยานพาหนะคันอื่นแบบเรียลไทม์ ผู้ปฏิบัติการสามารถเข้าควบคุมจากระยะไกลและเห็นภาพ 360 องศารอบคันเมื่อต้องการแทรกแซงในเหตุฉุกเฉิน

ผลการทดสอบรายงานว่า รถสามารถปฏิบัติหน้าที่ครบตามโจทย์: ขับตามเส้นทางที่กำหนดบนความสูง 5,600 เมตร ขนส่งแร่ไปยังจุดปลายทางได้แม่นยำ เข้าเทียบจุดโหลดและรักษาสมดุลบนทางลาดชันได้ดี จับสิ่งกีดขวางและปรับเส้นทางแบบเรียลไทม์ แม้ในพื้นที่ที่มีหินหรือหิมะปกคลุม และเมื่อต้องการ เจ้าหน้าที่จากศูนย์ควบคุมที่ห่างไกล “หลายพันกิโลเมตร” สามารถสั่งหยุด เปลี่ยนเส้นทาง หรือควบคุมการเทแร่ได้ทันที

จีนทดสอบ รถบรรทุกไร้คนขับ

การนำระบบอัตโนมัติเข้าใช้ในเหมืองสูงเช่นนี้มีความสำคัญทั้งในเชิงความปลอดภัยและเศรษฐกิจ — ลดการส่งคนเข้าไปทำงานในสภาพอันตราย ยืดเวลาเดินเครื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและการจัดการกำลังการผลิตของแหล่งแร่ขนาดใหญ่

ฝ่ายพัฒนาในจีนมองว่าการทดสอบ Unmanned Mining Trucks ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญ

ในการผลักดันเหมืองอัจฉริยะ (smart mine) และเป็นตัวอย่างการประยุกต์ 5G+AI ในอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสุดขั้ว ขณะเดียวกันการใช้งานจริงยังต้องติดตามด้านการบำรุงรักษา ความมั่นคงของเครือข่าย และมาตรฐานความปลอดภัยก่อนขยายสู่โครงการอื่น

ภาพรวมคือ Huoshaoyun แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีรถบรรทุกไร้คนขับพร้อมทำงานในสภาพยากลำบากได้จริง แต่การนำไปใช้ในวงกว้างยังต้องผ่านการพิสูจน์ทั้งด้านความทนทาน การซ่อมบำรุง และการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะกลายเป็นโมเดลใหม่ของอุตสาหกรรมเหมืองยุคถัดไป

Facebook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *