สิ้นสุดการรอคอย! Samsung ประกาศเปิดตัว Galaxy S26 Series อย่างเป็นทางการในงาน Galaxy Unpacked ที่ผ่านมา โดยรอบนี้ชูจุดเด่นด้วยคอนเซปต์ “Agentic AI Phone” ที่จะเปลี่ยนมือถือจากเดิมที่เป็นเพียงเครื่องมือ ให้กลายเป็น “เลขาฯ ส่วนตัวอัจฉริยะ” ที่พร้อมจัดการทุกอย่างให้คุณแบบครบวงจร
“Agentic AI Phone” คืออะไร? ทำไมถึงเหนือกว่า Generative AI แบบเดิม?
หาก Generative AI คือการสั่งให้ AI ช่วยเขียนข้อความหรือวาดรูป Agentic AI บน Galaxy S26 คือ “ขั้นกว่า” ครับ เพราะมันมีความสามารถในการวางแผน ตัดสินใจ และลงมือทำแทนเราได้จริง รวมถึงสามารถสั่งการข้ามแอปพลิเคชันหลายขั้นตอนได้ด้วยคำสั่งเพียงครั้งเดียว
5 ไฮไลต์สุดปังของ Galaxy S26 Series ที่สายเทคต้องว้าว
Agentic Experience: จัดการงานซับซ้อนข้ามแอปได้ในคำสั่งเดียว เช่น สั่งจองแท็กซี่ AI จะค้นหาพิกัด ยืนยันการจอง และตั้งเตือนให้เสร็จสรรพโดยที่คุณไม่ต้องเปิดแอปอื่นเพิ่ม
Now Nudge: ผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้ใจก่อนเราจะสั่งเสียอีก! เช่น ถ้าเพื่อนทักมาขอดูรูปทริปล่าสุด ระบบจะเตรียมรูปในแกลเลอรีรอไว้ให้คุณกดส่งได้ทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลาไปหาเอง
ขุมพลัง Snapdragon 8 Elite Gen 5: ชิปเซ็ตตัวแรงที่ออกแบบมาเพื่อ Galaxy โดยเฉพาะ อัปเกรด NPU ให้แรงขึ้นถึง 39% เพื่อรองรับการประมวลผล AI ในเครื่องที่ลื่นไหลไม่มีสะดุด
Multi-Agent Ecosystem: รวมพลัง AI ระดับโลกไว้ในที่เดียว ทั้ง Bixby สำหรับคุมตัวเครื่อง, Gemini สำหรับงาน Google Ecosystem และ Perplexity สำหรับการค้นหาข้อมูลเชิงลึก
Photo Assist: อัปเกรดการแต่งภาพด้วยพลัง AI แค่พิมพ์บอกความต้องการ เช่น เปลี่ยนบรรยากาศจากกลางวันเป็นกลางคืน หรือเปลี่ยนชุดที่ใส่ในรูป ระบบจะเนรมิตให้ใหม่แบบเนียนตาเป็นธรรมชาติ
การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า Samsung กำลังพาทุกคนก้าวเข้าสู่ยุคที่สมาร์ทโฟนไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสาร แต่เป็นคู่คิดอัจฉริยะที่พร้อมทำทุกอย่างแทนคุณในมือเดียว
tags : tech.yahoo