กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรประกาศความสำเร็จของระบบอาวุธพลังงานเลเซอร์นำวิถี (LDEW) ชื่อว่า DragonFire หลังทดสอบยิงทำลายโดรนความเร็วสูงได้สำเร็จเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ณ สนามทดสอบ Hebrides Range ในสกอตแลนด์ ผลการทดสอบยืนยันว่าเลเซอร์โซลิดสเตทของโครงการสามารถจัดการเป้าหมายที่บินด้วยความเร็วราว 351 นอต (≈650 กม./ชม.) ได้อย่างแม่นยำ
หนึ่งในความสามารถเด่นที่การทดสอบชี้ให้เห็นคือ
ฟีเจอร์ above-the-horizon targeting การล็อกเป้าและยิงเป้าหมายที่อยู่นอกเส้นขอบฟ้า โดยเชื่อมต่อการทำงานกับเซ็นเซอร์ภายนอก เช่น เรดาร์ของเรือ ช่วยขยายขอบเขตการป้องกันนอกขีดจำกัดการมองเห็นด้วยตาเปล่า
ข้อได้เปรียบเชิงเศรษฐกิจเป็นอีกจุดขายสำคัญของ Dragon Fire: ค่าใช้จ่ายต่อการยิงเลเซอร์แต่ละครั้งอยู่ที่ประมาณ 10 ปอนด์ เทียบกับค่าขีปนาวุธที่ใช้สกัดโดรนซึ่งอาจแตะถึง 1 ล้านปอนด์ต่อลูก ทำให้ระบบเลเซอร์เสนอความได้เปรียบด้าน “cost-to-kill” และเพิ่มความลึกของคลังอาวุธ (magazine depth) ในภารกิจต่อเนื่อง
ในแง่ความแม่นยำ รายงานระบุว่า DragonFire สามารถ
เล็งได้เทียบเท่ากับการยิงโดนเหรียญ 1 ปอนด์จากระยะ 1 กิโลเมตร ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงความเสียหายข้างเคียงเมื่อเทียบกับการใช้กระสุนหรือตรวจจับด้วยอาวุธจลน์
โครงการ Dragon Fire พัฒนาด้วยเงินลงทุนร่วมระหว่างกระทรวงและภาคอุตสาหกรรมรวมมูลค่าเบื้องต้นราว 100 ล้านปอนด์ และหลังความสำเร็จของการทดสอบ รัฐบาลได้เร่งโครงการเร็วขึ้น 5 ปี โดยเพิ่มงบประมาณอีก 316 ล้านปอนด์ ให้กับผู้รับเหมาหลัก MBDA เป้าหมายคือการติดตั้งบนเรือฟริเกต Type 45 ของราชนาวีภายในปี 2027 (เร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้ปี 2032)
แม้ถือเป็นก้าวสำคัญ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเทคโนโลยีเลเซอร์มีข้อจำกัด โดยเฉพาะประสิทธิภาพในสภาพอากาศเลวร้าย เช่น ฝน หนา หมอก หรือควันที่หนามาก ซึ่งจะจำเป็นต้องใช้งานร่วมกับเซ็นเซอร์และอาวุธแบบเดิมในระบบป้องกันทางอากาศแบบบูรณาการ
Dragon Fire ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของอนาคตด้าน Counter-UAS และการป้องกันขีปนาวุธระดับหน่วยเรือ โดยผสานความรวดเร็วของลำแสง ความแม่นยำ และต้นทุนต่ำ เพื่อรับมือภัยคุกคามจากโดรนที่เพิ่มขึ้นในสมรภูมิยุคใหม่
tags : UK Defence Journal