นาทีนี้ไม่มีอะไรฮอตไปกว่า “โดรนสกัดโดรน“! ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ระอุขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะการบุกโจมตีด้วยโดรนพลีชีพ “ชาเฮด” (Shahed) ของอิหร่าน ส่งผลให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศทั่วโลกต้องขยับตัวครั้งใหญ่ เมื่อรัฐบาลจากหลายประเทศแห่กันต่อสายตรงถึงผู้ผลิตโดรนสกัดกั้นราคาประหยัด เพื่อหาวิธีรับมือกับภัยคุกคามเหนือน่านฟ้าที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว
drone ยอดจองทะลัก! จากเดือนละครั้งสู่การติดต่อ "รายวัน"
เยนส์ โฮลซาพเฟล ผู้อำนวยการจาก Nordic Air Defense บริษัทสตาร์ตอัพสวีเดน เปิดเผยว่านับตั้งแต่สงครามเปิดฉากขึ้น บริษัทได้รับคำร้องขอจากกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซียแทบทุกวัน จากเดิมที่เคยมีคนสนใจเพียง 1-2 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น ขณะนี้เทคโนโลยีอย่าง “Kreuger-100XR” โดรนสกัดกั้นแบบใบพัดที่กำลังถูกทดสอบในสนามรบยูเครน กลายเป็นที่ต้องการอย่างมากจนเริ่มมีความกังวลว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการที่พุ่งสูงแบบฉับพลัน
เปลี่ยนกลยุทธ์จาก "แจมสัญญาณ" สู่ "ทำลายทิ้งเบ็ดเสร็จ"
เทรนด์การป้องกันภัยทางอากาศในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โดยโฆษกจาก Tron Future บริษัทจากไต้หวัน ระบุว่ารัฐบาลนานาชาติต่างสอบถามถึงวิธีการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น สนามบินและระบบไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ที่น่าสนใจคือผู้ซื้อเริ่มมองข้ามระบบรบกวนสัญญาณวิทยุ (Soft Kill) และหันไปหาความโหดแบบ “Hard Kill” หรือโดรนสกัดกั้นที่บรรจุระเบิดเพื่อพุ่งชนทำลายเป้าหมายให้สิ้นซากแทน
ในขณะที่สงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ สร้างความปั่นป่วนให้กับเศรษฐกิจโลก แต่สำหรับกลุ่มผู้ผลิตโดรนสกัดกั้นกลุ่มเล็กๆ นี่คือโอกาสทองในวิกฤต การแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้วัดกันที่ใครมีโดรนพลีชีพมากกว่ากันอีกต่อไป แต่วัดกันที่ใครจะสามารถสร้าง “โล่ป้องกัน” ที่รวดเร็ว แม่นยำ และราคาถูกพอที่จะสกัดกั้นฝูงบินมรณะได้ก่อนถึงเป้าหมายนั่นเอง
tags businessinsider