เขย่าวงการตัดต่อวิดีโออีกครั้ง! เมื่อ Apple ประกาศเข้าซื้อกิจการ MotionVFX เบอร์ต้นของโลกด้านการพัฒนาปลั๊กอินและเทมเพลตสำหรับ Final Cut Pro การขยับตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การซื้อบริษัทธรรมดา แต่คือการประกาศศึกครั้งใหญ่ในตลาดโปรดักชัน เพื่อดึงดูดใจเหล่าครีเอเตอร์ให้ย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ในอาณาจักรของ Apple อย่างถาวร
จากพาร์ทเนอร์ 15 ปี สู่การรวมเป็นหนึ่ง
Motion VFX ก่อตั้งขึ้นที่กรุงวอร์ซอเมื่อปี 2009 ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา พวกเขาคือ “ผู้ช่วยมือโปร” ที่นักตัดต่อทั่วโลกไว้วางใจ ด้วยการสร้างสรรค์เอฟเฟกต์คุณภาพสูงที่ใช้งานง่าย ซึ่งแนวคิด “ความซับซ้อนที่ดูเรียบง่าย” นี้เองที่ไปโดนใจ Apple เข้าอย่างจัง จนนำไปสู่ดีลครั้งประวัติศาสตร์เพื่อนำเทคโนโลยีระดับพรีเมียมมาผนึกรวมเข้ากับซอฟต์แวร์ของ Apple โดยตรง
ปลดล็อกความเทพในราคาที่เอื้อมถึง
ดีลนี้คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของ “Creator Studio” แพ็กเกจสมาชิกสุดคุ้มที่ Apple เพิ่งเปิดตัวไป (รวมทั้ง Final Cut Pro, Logic Pro และ Pixelmator Pro) ในราคาเพียง 229 บาทต่อเดือน หรือ 2,290 บาทต่อปี การได้ MotionVFX เข้ามาเสริมทัพ หมายความว่าผู้ใช้งานจะได้รับเครื่องมือระดับโปรเกรดและเทมเพลตราคาหลักหมื่น มาใช้งานในราคาที่ถูกลงมหาศาล
เปิดศึกท้าชน Adobe Premiere Pro
เป้าหมายของ Apple ชัดเจนว่าต้องการ “แย่งชิง” ส่วนแบ่งการตลาดจาก Adobe Premiere Pro และ Creative Cloud โดยเน้นไปที่ประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลและต้นทุนที่ประหยัดกว่า การมีเอฟเฟกต์ระดับสูงแบบ Built-in จะเป็นแรงจูงใจชั้นดีที่ทำให้ครีเอเตอร์ยุคใหม่ตัดสินใจเลือก Final Cut Pro ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
บริการ (Services) ขุมทรัพย์ใหม่ของ Apple
ในแง่ธุรกิจ ดีลนี้สะท้อนให้เห็นว่า Apple กำลังเปลี่ยนผ่านจากการขายฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างรายได้มหาศาลจาก “ธุรกิจบริการ” ซึ่งปัจจุบันทำรายได้ให้บริษัทสูงถึง 26% ของรายได้ทั้งหมด การทำให้ซอฟต์แวร์แข็งแกร่งขึ้นจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะรักษารายได้ส่วนนี้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
tags neowin.net