ประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล! เมื่อ Rosatom ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซีย ประกาศความสำเร็จในการพัฒนา ‘เครื่องยนต์พลาสม่า’ (Plasma Engines) รุ่นต้นแบบที่อ้างว่ามีสมรรถนะสูงกว่าเทคโนโลยีใดๆ ในปัจจุบัน พร้อมตั้งเป้าพาअर्เดินทัพสู่ดาวอังคารภายในปี 2030 ด้วยความเร็วที่โลกต้องตะลึง
The Speed of Future เร็วกว่าจรวดเคมี 8 เท่า!
ลบภาพจำของจรวดเชื้อเพลิงเคมีที่ต้องใช้เวลาเดินทางไปดาวอังคารนานถึง 8 เดือนทิ้งไป เพราะเครื่องเร่งแม่เหล็กไฟฟ้าพลาสม่าของรัสเซียมาพร้อมสเปกเหนือชั้น
Specific Impulse: เร่งความเร็วอนุภาคได้สูงสุดถึง 100 กิโลเมตรต่อวินาที (ในขณะที่เครื่องยนต์ทั่วไปทำได้เพียง 30-50 กม./ชม.)
High Power: ให้กำลังขับขาออกสูงถึง 300 กิโลวัตต์ ซึ่งรัสเซียเคลมว่า “ไร้คู่แข่ง” ในชั่วโมงนี้
- สามารถส่งมนุษย์ไปถึงดาวอังคารได้ในเวลาเพียง 30 วัน เทียบเท่ากับการย่นระยะเวลาจากเดิมได้มากกว่า 80%
ยุคใหม่ของการขับเคลื่อนข้ามดวงดาว
ในขณะที่ NASA กำลังพัฒนาเครื่องยนต์พลาสม่าที่ตั้งเป้าไว้ที่ 45-60 วัน แต่รัสเซียขยับเพดานความคาดหวังขึ้นไปอีกระดับ
ระบบจะแตกตัวสารขับดันให้เป็นไอออน (พลาสม่า) และใช้สนามแม่เหล็กแรงสูงเร่งอนุภาคให้พุ่งออกไป สร้างแรงขับมหาศาลอย่างต่อเนื่อง แถมประหยัดเชื้อเพลิงกว่าและทำความเร็วได้สูงกว่าจรวดแบบเดิมอย่างมหาศาล เปรียบเหมือนการก้าวกระโดดจากเรือใบสู่เครื่องบินเจ็ทในจักรวาล
แม้ตัวเลขทางเทคนิคจะดูน่าทึ่ง แต่โครงการนี้ยังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน
นักวิเคราะห์ระดับโลกยังคงตั้งคำถามถึง “ความเป็นไปได้จริง” ในการผลิตเชิงพาณิชย์ภายในปี 2030 ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาภายในอุตสาหกรรมอวกาศของรัสเซีย แต่ไม่ใช่แค่รัสเซีย ยังมี จีน และ สหรัฐฯ ก็กำลังเร่งเครื่องพัฒนาเทคโนโลยีพลาสม่าอย่างหนักเพื่อครองความเป็นเจ้าอวกาศลึกเช่นกัน
การพัฒนา Plasma Engine ของรัสเซียคือสัญญาณเตือนว่ายุคของจรวดเคมีกำลังสิ้นสุดลง แม้เป้าหมาย 30 วันจะดูเกินจริงในสายตาใครหลายคน แต่การขยับตัวของรัสเซียครั้งนี้บีบให้คู่แข่งทั่วโลกต้องเร่งนวัตกรรมของตัวเอง หากทำสำเร็จจริง ดาวอังคารจะไม่ใช่จุดหมายที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป แต่จะเป็นเพียง “ทริปหนึ่งเดือน” สำหรับมวลมนุษยชาติ
tags : wionews