ในการขยับหมากครั้งสำคัญที่สั่นสะเทือนห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการขุดเจาะ “แรร์เอิร์ธ” (Rare Earths) จากก้นมหาสมุทรที่ความลึกเกือบ 6,000 เมตรได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ภารกิจใต้ทะเลลึกนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของวิทยาศาสตร์ แต่มันคือการประกาศอิสรภาพทางทรัพยากรของโตเกียว ท่ามกลางสงครามการค้าที่ตึงเครียดกับปักกิ่ง
ความสำเร็จที่ระดับความลึก 6 กิโลเมตร
เรือขุดเจาะน้ำลึก Chikyu ของสถาบัน JAMSTEC สร้างสถิติใหม่ด้วยการดูดโคลนแร่หายากจากระดับความลึกกว่า 5,700-6,000 เมตร บริเวณเกาะมินามิโทริชิมะ
The Technology: ญี่ปุ่นใช้ท่อขุดเจาะยาว 6,000 เมตรที่ดัดแปลงจากเทคโนโลยีขุดเจาะน้ำมัน เพื่อนำแร่ธาตุขึ้นมาสู่ผิวน้ำอย่างต่อเนื่อง
Strategic Location: แหล่งแร่นี้อยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของญี่ปุ่นเอง ทำให้โตเกียวมีสิทธิ์ขาดเหนือขุมทรัพย์นี้ 100%
"แรร์เอิร์ธ" (Rare Earths) ขุมทรัพย์ที่เลี้ยงโลกได้นานนับสิบปี
นักวิจัยประเมินว่าแหล่งแร่ใต้ทะเลแห่งนี้มีปริมาณสำรองสูงถึง 16 ล้านตัน (ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก)
High Concentration: พบแร่สำคัญอย่าง Dysprosium และ Terbium ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการผลิตแม่เหล็กสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และยุทโธปกรณ์ทางการทหาร
Global Impact: แร่บางชนิดในพื้นที่นี้ เช่น Yttrium มีปริมาณมากพอที่จะตอบสนองความต้องการของโลกได้นานถึง 62 ปี!
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบโต้มาตรการควบคุมการส่งออกแรร์เอิร์ธของจีน (ซึ่งปัจจุบันคุมการกลั่นแร่สูงถึง 90% ของโลก)
Resilient Supply Chain: นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ยืนยันชัดเจนว่า ญี่ปุ่นต้องการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ “ยืดหยุ่น” และไม่ยอมถูกใช้ทรัพยากรเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองอีกต่อไป
Geopolitical Tension: ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องไต้หวัน การเข้าถึงแรร์เอิร์ธได้เองจึงเป็นเรื่องของ “ความมั่นคงของชาติ” (National Security) ไม่ใช่แค่เรื่องกำไรขาดทุน
แม้จะขุดพบแล้ว แต่เส้นทางสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ยังมีอุปสรรคใหญ่รออยู่
Environmental Stakes: นักอนุรักษ์กังวลเรื่องผลกระทบต่อระบบนิเวศใต้ทะเลลึกจากการฟุ้งกระจายของตะกอนโคลน
Commercial Timeline: ญี่ปุ่นเตรียมเดินหน้าขุดเจาะเต็มรูปแบบในปี 2027 และคาดว่าจะเริ่มผลิตเพื่อขายจริงได้หลังปี 2028 เป็นต้นไป
ความสำเร็จของญี่ปุ่นในครั้งนี้คือ Game Changer ที่แท้จริง เพราะหากญี่ปุ่นสามารถสกัดแร่จากโคลนใต้ทะเลลึกได้ในต้นทุนที่แข่งขันได้ ดุลอำนาจในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและยานยนต์ไฟฟ้าของโลกจะเปลี่ยนมือทันที จีนอาจสูญเสียไพ่ตายใบสำคัญในการกดดันชาติตะวันตก และญี่ปุ่นจะก้าวขึ้นมาเป็น “ธนาคารแรร์เอิร์ธ” แห่งใหม่ของโลกในทศวรรษหน้า
tags : apnews