หัวข้อข่าว

เปิดตัว “Revoice” อุปกรณ์สวมใส่ AI ในรูปแบบ “ผ้าพันคอ” ช่วยให้ผู้ป่วยที่พูดไม่ได้ กลับมาสื่อสารได้อีกครั้ง

Revoice

นวัตกรรมสุดอบอุ่นที่จะเปลี่ยนโลกของผู้ป่วย! ทีมนักวิจัยจาก University of Cambridge เปิดตัว “Revoice” อุปกรณ์สวมใส่ AI ทางการแพทย์ในรูปแบบ “ผ้าพันคอ” ที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือผู้ที่มีภาวะพูดไม่ชัด (Dysarthria) สามารถกลับมาสื่อสารได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องผ่าตัดฝังชิปในสมอง

“Revoice” ผ้าพันคอที่ "อ่านใจ" ผ่านลำคอ

รีวอยซ์

รีวอยซ์ ถูกออกแบบมาให้เหมือนปลอกคอผ้านุ่มๆ ที่ระบายอากาศได้ดีและซักทำความสะอาดได้ แต่เบื้องหลังความเรียบง่ายคือเทคโนโลยีขั้นสูง

  • ทำงานด้วย AI สองตัวร่วมกับเซ็นเซอร์ผ้าความไวสูง (Textile Strain Sensors) ที่ตรวจจับการสั่นสะเทือนของกล้ามเนื้อลำคอเพียงเล็กน้อยเมื่อผู้ป่วยพยายามขยับปาก

  • AI ตัวแรกจะถอดรหัสคำพูดจากการสั่นสะเทือน ในขณะที่ AI ตัวที่สองจะตรวจจับอารมณ์ผ่านชีพจร เพื่อสร้างเสียงที่มีน้ำเสียงและอารมณ์เหมือนมนุษย์ที่สุด

  • ใช้โมเดลภาษาขนาดเล็ก (LLM) ในตัวเครื่องเพื่อเติมประโยคที่ขาดหายให้สมบูรณ์แบบ Real-time เช่น จากคำว่า “ไปโรงพยาบาล” ระบบจะเปลี่ยนเป็นประโยคที่สุภาพและครบถ้วนได้ทันที

จากการทดสอบกับผู้ป่วยจริง ผลลัพธ์ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้ "พร้อมใช้งาน" ในชีวิตจริง

  • มีอัตราความผิดพลาดในระดับประโยคเพียง 2.9% เท่านั้น!

  • อาสาสมัครมีความพึงพอใจในการสื่อสารเพิ่มขึ้นถึง 55% และรู้สึกว่าได้กลับมาสื่อสารได้ใกล้เคียงกับช่วงก่อนล้มป่วย

  • ใช้งานได้ยาวนานตลอดวันต่อการชาร์จเพียงหนึ่งครั้ง

การขยับตัวของทีมวิจัยเคมบริดจ์ในครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนถึงอนาคตของอุปกรณ์ช่วยเหลือกู้ชีพ

Dysarthria
  • เทคโนโลยีที่ “ไม่ต้องผ่าตัด” (Non-invasive) กำลังมาแรง เพราะเข้าถึงง่าย ปลอดภัย และลดความกังวลของผู้ป่วย

  • ทีมวิจัยเตรียมขยายผลการใช้งานไปยังผู้ป่วยพาร์กินสันและโรคทางประสาทอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการพูด

  • จุดเด่นคือ AI ที่เรียนรู้ลักษณะเฉพาะบุคคล (Individual Calibration) ทำให้เครื่องปรับตัวตามการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อคอของแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ

สื่อสารได้ด้วย คอ

รีวอยซ์ ไม่ได้เป็นแค่เครื่องช่วยฟังหรือลำโพง แต่มันคือการ “คืนตัวตน” (Identity) ให้กับผู้ป่วย ผ่านน้ำเสียงและอารมณ์ที่ AI ช่วยรังสรรค์ขึ้นมาให้กลับมาเป็นธรรมชาติอีกครั้ง
งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการอธิบายไว้ในบทความที่ตีพิมพ์ล่าสุดในวารสาร Nature Communications : Nature Communications

tags : newatlas

Facebook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *