Unilever ปรับหมากครั้งใหญ่ยกเครื่องกลยุทธ์การตลาดเป็น “Influencer-First” — เพิ่มการทำงานกับอินฟลูเอนเซอร์แบบทวีคูณ วางตำแหน่งครีเอเตอร์เป็นแกนกลางการสื่อสารแบรนด์ พร้อมย้ายงบโฆษณาส่วนหนึ่งไปลงโซเชียลมีเดียอย่างหนัก
ไฮไลต์ที่ต้องรู้ (สั้น ๆ)
เป้าหมายเพิ่มปริมาณการร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์ 20 เท่า จากฐานเดิม
เตรียมจัดสรร งบโฆษณาสัดส่วนครึ่งหนึ่ง ให้ช่องทางโซเชียลมีเดีย/ครีเอเตอร์
Unilever ระบุว่ากำลังทำงานกับครีเอเตอร์ระดับโลกกว่า 300,000 คน — ขนาดการทำงานที่แบรนด์ใหญ่ไม่เคยทำมาก่อน
ทำไม Unilever ถึงเดินหมากกับ ‘Influencer-First Strategy’ ?
โลกโซเชียลถูกขับเคลื่อนด้วยการแนะนำจากคนจริง (creator) มากกว่าการโฆษณาแบบเดิม ๆ — โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่เชื่อคอนเทนต์จากครีเอเตอร์มากกว่าโพสต์แบรนด์ การผลักดันครั้งนี้จึงเป็นการลงทุนเพื่อเข้าไปใน “ฟีด” และชุมชนโดยตรง ผ่านคอนเทนต์ที่เป็นธรรมชาติและมีความน่าเชื่อถือสูงขึ้น
ผลกระทบต่อครีเอเตอร์และตลาด
ครีเอเตอร์ Mid-tier (ผู้ติดตามระดับกลาง) จะได้โอกาสมากขึ้น เพราะแบรนด์ต้องการ Reach + Engagement ในงบจำกัด
ปริมาณ UGC (User-Generated Content) จะพุ่ง — แบรนด์จะคัดใช้คอนเทนต์จากผู้ใช้จริงเยอะขึ้น (รายงานชี้ UGC เพิ่มขึ้นมาก)
แต่การแข่งขันในหมู่ครีเอเตอร์จะรุนแรงขึ้น ค่าเฉลี่ยค่าจ้างต่อคนอาจถูกกดลงในระยะยาว ถ้าแบรนด์กระจายงบไปจำนวนมาก
คำแนะนำสำหรับแบรนด์และครีเอเตอร์
แบรนด์ต้องลงทุนใน ระบบวัดผล (ROI) และแพลตฟอร์มจัดการครีเอเตอร์ — จำนวนเยอะแต่ต้องจัดการได้จริง
ครีเอเตอร์ควรโฟกัสการสร้าง คอมมูนิตี้ และผลงานที่พิสูจน์ได้ (engagement, retention) มากกว่ายอดฟอลว์เฉยๆ
อย่าลืมบาลานซ์ระหว่าง Macro กับ Micro/Local influencer เพื่อผลลัพธ์แบบ Hyper-local
tags : Business Insider