Apple เปิดใช้งานฟีเจอร์ Messages via satellite สำหรับผู้ใช้ในประเทศญี่ปุ่นแล้ว โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2025 (มีรายงานบางฉบับระบุการเปิดใช้งานวันที่ 9 ธันวาคม 2025) ทำให้ผู้ใช้ iPhone และ Apple Watch สามารถส่งข้อความเมื่ออยู่นอกพื้นที่ครอบคลุมของเครือข่ายเซลลูลาร์หรือ Wi-Fi ได้ทันที
รุ่นที่รองรับ
iPhone 14 ขึ้นไป (รุ่นที่รองรับ Dynamic Island จะแสดงความแรงสัญญาณดาวเทียมและแนะนำการหันตัวเพื่อปรับสัญญาณ)
Apple Watch Ultra 3
ใช้งานอย่างไร
เมื่อผู้ใช้พยายามส่งข้อความในพื้นที่ไม่มีสัญญาณ ระบบจะแนะนำให้เชื่อมต่อกับดาวเทียมอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถเริ่มเชื่อมต่อได้จากหน้าจอล็อกของ iPhone, จาก Apple Watch หรือจากแอป Messages หลังเชื่อมต่อแล้วจะส่ง/รับได้ทั้ง iMessage, SMS, อิโมจิ และ Tapback ตามปกติ
ความเป็นส่วนตัว & ความปลอดภัย
ข้อความ iMessage ที่ส่งผ่านดาวเทียมได้รับการเข้ารหัสแบบ end-to-end เช่นเดียวกับข้อความที่ส่งผ่านอินเทอร์เน็ตปกติ ทำให้ความเป็นส่วนตัวยังคงได้รับการคุ้มครอง
ข้อจำกัดและค่าบริการ
ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งาน ฟรี สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ โดยปกติ Apple ให้ใช้ฟรีต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี หลังเปิดใช้งาน (ตามนโยบายการให้บริการของ Apple)
การส่งข้อความ SMS ผ่านดาวเทียมอาจจำเป็นต้องมี แผนบริการเครือข่าย จากผู้ให้บริการมือถือที่รองรับการส่ง SMS ผ่านช่องทางดังกล่าว
ฟีเจอร์เสริมที่มีให้แล้ว
Messages via satellite เข้ามาเสริมบริการดาวเทียมอื่นของ Apple ที่มีให้ใช้งานแล้วในญี่ปุ่น เช่น Emergency SOS via satellite (แจ้งเหตุฉุกเฉินเมื่อไม่มีสัญญาณ) และการแชร์ตำแหน่งผ่านดาวเทียมในแอป Find My
สถานะบริการ Emergency SOS ปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้ Apple ให้บริการ SOS ผ่านดาวเทียมในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ (รวมหลายประเทศในยุโรป ลาตินอเมริกา และโอเชียเนีย)
การขยายบริการ Messages via satellite เป็นอีกก้าวของ Apple ในการขยายเครือข่ายการสื่อสารให้ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล — ช่วยให้ผู้ใช้ยังติดต่อครอบครัวหรือเพื่อนเมื่อออกไปท่องเที่ยวกลางแจ้ง ปีนเขา หรือปฏิบัติงานในพื้นที่ไร้สัญญาณ โดยไม่ต้องพึ่งสัญญาณมือถือหรือ Wi-Fi
tags : macrumors