หัวข้อข่าว

Unilever ประกาศยุคใหม่ ‘Influencer-First Strategy’ เพิ่มการทำงานกับอินฟลูฯ 20 เท่า และเทงบครึ่งหนึ่งไปโซเชียล

Influencer-First

Unilever ปรับหมากครั้งใหญ่ยกเครื่องกลยุทธ์การตลาดเป็น “Influencer-First” — เพิ่มการทำงานกับอินฟลูเอนเซอร์แบบทวีคูณ วางตำแหน่งครีเอเตอร์เป็นแกนกลางการสื่อสารแบรนด์ พร้อมย้ายงบโฆษณาส่วนหนึ่งไปลงโซเชียลมีเดียอย่างหนัก

4RKFLO54E5EXBC4XA2BV5IL2J4

ไฮไลต์ที่ต้องรู้ (สั้น ๆ)

  • เป้าหมายเพิ่มปริมาณการร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์ 20 เท่า จากฐานเดิม

  • เตรียมจัดสรร งบโฆษณาสัดส่วนครึ่งหนึ่ง ให้ช่องทางโซเชียลมีเดีย/ครีเอเตอร์

  • Unilever ระบุว่ากำลังทำงานกับครีเอเตอร์ระดับโลกกว่า 300,000 คน — ขนาดการทำงานที่แบรนด์ใหญ่ไม่เคยทำมาก่อน

ทำไม Unilever ถึงเดินหมากกับ ‘Influencer-First Strategy’ ?

โลกโซเชียลถูกขับเคลื่อนด้วยการแนะนำจากคนจริง (creator) มากกว่าการโฆษณาแบบเดิม ๆ — โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่เชื่อคอนเทนต์จากครีเอเตอร์มากกว่าโพสต์แบรนด์ การผลักดันครั้งนี้จึงเป็นการลงทุนเพื่อเข้าไปใน “ฟีด” และชุมชนโดยตรง ผ่านคอนเทนต์ที่เป็นธรรมชาติและมีความน่าเชื่อถือสูงขึ้น

1766505003341

ผลกระทบต่อครีเอเตอร์และตลาด

  • ครีเอเตอร์ Mid-tier (ผู้ติดตามระดับกลาง) จะได้โอกาสมากขึ้น เพราะแบรนด์ต้องการ Reach + Engagement ในงบจำกัด

  • ปริมาณ UGC (User-Generated Content) จะพุ่ง — แบรนด์จะคัดใช้คอนเทนต์จากผู้ใช้จริงเยอะขึ้น (รายงานชี้ UGC เพิ่มขึ้นมาก)

  • แต่การแข่งขันในหมู่ครีเอเตอร์จะรุนแรงขึ้น ค่าเฉลี่ยค่าจ้างต่อคนอาจถูกกดลงในระยะยาว ถ้าแบรนด์กระจายงบไปจำนวนมาก

คำแนะนำสำหรับแบรนด์และครีเอเตอร์
  • แบรนด์ต้องลงทุนใน ระบบวัดผล (ROI) และแพลตฟอร์มจัดการครีเอเตอร์ — จำนวนเยอะแต่ต้องจัดการได้จริง

  • ครีเอเตอร์ควรโฟกัสการสร้าง คอมมูนิตี้ และผลงานที่พิสูจน์ได้ (engagement, retention) มากกว่ายอดฟอลว์เฉยๆ

  • อย่าลืมบาลานซ์ระหว่าง Macro กับ Micro/Local influencer เพื่อผลลัพธ์แบบ Hyper-local

Facebook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *