สิ้นสุดการรอคอย! Boston Dynamics ประกาศก้าวสำคัญในการเปลี่ยนหุ่นยนต์จากห้องแล็บสู่สายการผลิตจริง เตรียมส่ง “All-Electric Atlas” หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่ล่าสุดเข้าปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์และโลจิสติกส์ หลังโชว์ศักยภาพสุดล้ำในงาน CES จนยอดจองเต็มเหยียดตลอดปี 2026
เมื่อหุ่นยนต์เรียนรู้ได้เหมือนมนุษย์
Atlas โฉมใหม่ไม่ได้มีดีแค่การเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว แต่มาพร้อม “สมอง” ที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น
หุ่นยนต์ถูกฝึกฝนด้วยโมเดลพื้นฐาน AI ทำให้สามารถเรียนรู้งานใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนได้ดี
หัวใจสำคัญคือระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ “การเรียนรู้หนึ่งครั้งส่งต่อได้ทั้งฝูง” เมื่อ Atlas ตัวหนึ่งเรียนรู้งานใหม่ หุ่นยนต์ตัวอื่นๆ ในระบบจะสามารถทำตามได้ทันที
เลือกควบคุมได้ถึง 3 รูปแบบ ทั้งโหมดอัตโนมัติ (Autonomous), ควบคุมระยะไกล (Teleoperation) หรือสั่งงานง่ายๆ ผ่านแท็บเล็ต
Boston Dynamics เตรียมส่งมอบให้ Hyundai & Google
BostonDynamics ไม่ได้แค่ทดลอง แต่กำลังเริ่มสายการผลิตจริงที่สำนักงานใหญ่ในบอสตัน
ลูกค้ากลุ่มแรกที่จะได้รับมอบ Atlas ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าคือ Hyundai (Metaplant) และ Google DeepMind เพื่อนำไปใช้งานในด้านการจัดการวัสดุและการจัดส่งสินค้า
บริษัทวางแผนสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 30,000 ตัวต่อปี เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่จะพุ่งสูงขึ้นในปี 2027
การลงสนามจริงของ Atlas ในครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ Robot-as-a-Service (RaaS)
อุตสาหกรรมยานยนต์จะเป็นสนามทดสอบความแม่นยำและความทนทานของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ก่อนขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ
การที่หุ่นยนต์สามารถทำงานที่หลากหลายได้ (Multi-purpose) คือก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการเป็น “หุ่นยนต์ใช้งานในบ้าน” ในอนาคต
หลังจากที่เราเห็นคลิป Atlas เต้นหรือตีลังกามาหลายปี ปี 2026 คือปีที่มันจะเริ่ม “ทำงาน” และสร้างรายได้จริงมหาศาลให้กับภาคธุรกิจ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าพนักงานหุ่นยนต์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
tags : forbes