Nissan Motor Co. ยักษ์ใหญ่ยานยนต์ญี่ปุ่น ประกาศความสำเร็จในการพัฒนา Nissan Ariya รุ่นปี 2026-2027 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์แบบบูรณาการ (Integrated Solar Concept) โดยระบุว่าตัวรถสามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อเพิ่มระยะทางวิ่งได้สูงสุดถึง 23 กิโลเมตรต่อวัน พร้อมตั้งเป้าลดความถี่ในการชาร์จไฟจากสถานีลงได้กว่า 65%
Ariya Solar เมื่อตัวถังกลายเป็นแหล่งกำเนิดพลังงาน
วิศวกรของ Nissan ได้ฉีกข้อจำกัดเดิมด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ชนิดฟิล์มบาง (Thin-film Solar Cells) ที่มีความยืดหยุ่นสูงลงบนพื้นผิวตัวถังโดยตรง
ต่างจากระบบในอดีตที่ใช้ไฟโซลาร์เพียงเพื่อระบบปรับอากาศ แต่ระบบใหม่นี้สามารถส่งพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่ขับเคลื่อน (Traction Battery) ได้โดยตรง
ติดตั้งครอบคลุมพื้นที่รับแสงสำคัญ ทั้งหลังคาพาโนรามิก ฝากระโปรงหน้า และฝาท้าย โดยไม่กระทบต่ออากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ของตัวรถ
ภายใต้สภาวะแสงแดดที่เหมาะสม นวัตกรรมนี้จะเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับการใช้งานในเมืองที่มีระยะทางไป-กลับเฉลี่ย 20-30 กิโลเมตรต่อวัน พลังงานแสงอาทิตย์จะครอบคลุมการใช้งานเกือบทั้งหมด
ประเมินว่าผู้ใช้จะได้ระยะทางวิ่งฟรีรวมกว่า 8,000 กิโลเมตรต่อปี ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและถนอมอายุการใช้งานแบตเตอรี่จากการลดรอบการชาร์จใหญ่ (Charge Cycles)
จุดเปลี่ยนของสมรภูมิ EV และอิสรภาพทางพลังงาน
การขยับตัวของ Nissan ในครั้งนี้ส่งสัญญาณถึงทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเอง (Energy Independence)
- ในวันที่เครือข่ายสถานีชาร์จยังคงเป็นคอขวดในหลายประเทศ การ “ผลิตไฟฟ้าเองได้” จะกลายเป็นปัจจัยตัดสินใจซื้อ (Unique Selling Point) ที่สำคัญ
ภูมิภาคที่มีความเข้มแสงอาทิตย์สูง เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย จะกลายเป็นตลาดหลักที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีนี้
การลดความถี่ในการเข้าสถานีชาร์จลง 65% จะช่วยลดความแออัดของสถานีชาร์จสาธารณะ และลดแรงกดดันต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid) ในภาพรวม
แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์บนยานยนต์จะยังติดข้อจำกัดเรื่องต้นทุนและการระบายความร้อน แต่ Nissan Ariya 2026-27 คือการทดลองครั้งสำคัญที่พิสูจน์ว่า “แสงแดด” กำลังจะเปลี่ยนจากอุปสรรคด้านความร้อนในห้องโดยสาร ให้กลายเป็นสกุลเงินพลังงานใหม่ที่ผู้บริโภคไม่ต้องจ่ายเงินซื้อ
tags : Eli Health