เตรียมเงยหน้ามองฟ้า! Elon Musk กำลังจะพา AI ไปสู่จักรวาล หลัง SpaceX (สเปซเอกซ์) ยื่นเอกสารต่อ FCC เพื่อขออนุมัติโครงการยักษ์: สร้าง “ศูนย์ข้อมูล AI ในอวกาศ” ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 100% งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการสำรวจอวกาศ แต่คือการปฏิวัติโครงสร้างพื้นฐาน AI ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!
The Million Satellite Vision ดาวเทียมล้านดวงเพื่อขุมพลัง AI
ตัวเลข 1,000,000 ดวงอาจดูเกินจริง (ปัจจุบันทั่วโลกมีเพียง 1.5 หมื่นดวง) แต่นี่คือกลยุทธ์ “เผื่อโต” สไตล์ สเปซเอกซ์
ใช้แสงอาทิตย์ในอวกาศที่ไม่มีเมฆบังและไม่มีกลางคืนมาเป็นพลังงานหลัก
การขอโควตาสูงสุดไว้ก่อน ช่วยให้บริษัทขยายระบบประมวลผล AI ได้อย่างไร้ขีดจำกัดตามความต้องการของโลกที่พุ่งสูงขึ้น
The Power Merger เมื่อ สเปซเอกซ์ ผนึกกำลัง xAI
ข่าวนี้เกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังมีกระแสการควบรวมกิจการระหว่าง SpaceX และ xAI
หากดีลนี้สำเร็จ Musk จะมีทั้ง “จรวดขนส่ง” “เครือข่ายดาวเทียม” และ “โมเดล AI” อยู่ในมือเดียว
เป็นการประกาศศึกโดยตรงกับยักษ์ใหญ่อย่าง Google และ OpenAI โดยการใช้ข้อได้เปรียบด้านต้นทุนพลังงานในอวกาศที่ถูกกว่าบนดินมหาศาล
Eco-Friendly AI ลดภาระให้โลกด้วยเทคโนโลยีอวกาศ
ศูนย์ข้อมูลบนโลกคือ “ปีศาจกินไฟและน้ำ” แต่การย้ายขึ้นไปบนวงโคจรช่วยแก้ Pain Point ใหญ่ได้
ลดการใช้พื้นที่ดินและน้ำมหาศาลที่เดิมต้องใช้ในระบบหล่อเย็น (Cooling System)
ใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ได้เสถียรกว่าบนพื้นโลก ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้อย่างยั่งยืน
Starship กุญแจสำคัญสู่ความจริง
โครงการนี้จะเกิดไม่ได้เลยถ้าไม่มี Starship จรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100%:
Starship ถูกออกแบบมาเพื่อขนส่งมวลระดับ “ล้านตัน” ขึ้นสู่อวกาศต่อปี
เมื่อต้นทุนการขนส่งถูกลง การส่งศูนย์ข้อมูล AI ขึ้นไปทำงานบนอวกาศจึงไม่ใช่เรื่องที่แพงเกินเอื้อมอีกต่อไป
การขยับตัวของ สเปซเอกซ์ ครั้งนี้คือการเปลี่ยนนิยามของ AI จาก “โครงสร้างพื้นฐานบนดิน” ไปสู่ “ทรัพยากรระดับอวกาศ” หากโปรเจกต์ดาวเทียมล้านดวงนี้ได้รับการอนุมัติ เราอาจได้เห็นการประมวลผล GPT หรือ Grok ที่ส่งตรงมาจากนอกโลก ซึ่งจะทำให้ความเร็วและเสถียรภาพของ AI ก้าวกระโดดไปอีกขั้นในศตวรรษที่ 21
tags : reuters