นาทีระเบิดพลังงาน: รังสีระดับ X-Class จากจุดมืด AR4366
ดาวเทียม SDO ของ NASA บันทึกวินาทีประวัติศาสตร์เมื่อเวลา 12:13 น. (UTC) เผยให้เห็นการปะทุของพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้ามหาศาล
An impulsive X4.2 flare occurred at 04/1213 UTC from Region 4366. No CME signatures have been identified in imagery at this time. Stay tuned for updates. pic.twitter.com/YDc2UHmeAA
— NOAA Space Weather Prediction Center (@NWSSWPC) February 4, 2026
ต้นตอมาจากกลุ่มจุดมืด AR4366 ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความปั่นป่วนของสนามแม่เหล็กสูงเป็นพิเศษ ปรากฏการณ์นี้ยืนยันว่าดวงอาทิตย์กำลังเข้าสู่ช่วงกิจกรรมสูงสุด (Solar Maximum) ของวัฏจักรที่ 25 ทำให้เราจะเห็นการปะทุบ่อยขึ้นหลังจากนี้
Radio Blackout สัญญาณวิทยุขัดข้องระดับ R3 (รุนแรง)
แรงระเบิดครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อเทคโนโลยีบนโลกโดยตรงในรูปแบบของ “วิทยุขัดข้อง”
Affected Areas พื้นที่ฝั่งกลางวันของโลก ได้แก่ แอฟริกา ยุโรป และแถบมหาสมุทรแอตแลนติก ประสบปัญหาสัญญาณขาดหายชั่วคราวระบบวิทยุคลื่นความถี่สูง (HF) ด้อยคุณภาพลงนานหลายนาทีจนถึง 2 ชั่วโมง กระทบต่อการสื่อสารทางไกลและระบบเดินเรือในบางพื้นที่
Fact Check กระทบเครื่องมือ...แต่ไม่กระทบคน!
ข่าวดีที่ NASA ย้ำชัดคือ “มนุษย์บนพื้นโลกปลอดภัย 100%
Atmosphere Protection ชั้นบรรยากาศโลกทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันรังสีเหล่านี้ไว้อย่างดีเยี่ยม รังสีไม่สามารถทะลุผ่านมาถึงตัวมนุษย์ได้ No Extra Protection Needed ไม่ต้องกังวลเรื่องการได้รับรังสีภายนอก ไม่ต้องทาครีมกันแดดสูตรพิเศษ และไม่จำเป็นต้องหลบอยู่ในบ้านแต่อย่างใด
จากการสังเกตการณ์ล่าสุดของ NOAA พบข้อมูลที่เบาใจได้
-
No CME: ไม่พบสัญญาณการปลดปล่อยมวลโคโรนา (CME) หรือพายุอนุภาคก๊าซร้อนพุ่งมายังโลกในรอบนี้
-
Impulsive Flare: การปะทุครั้งนี้เป็นแบบฉบับพลัน คือพุ่งสู่จุดสูงสุดแล้วค่อยๆ ลดระดับลงภายในไม่กี่ชั่วโมง ไม่ยืดเยื้อจนเป็นอันตรายต่อโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว
เหตุการณ์ Solar Flare X4.2 ในครั้งนี้คือเครื่องเตือนใจว่าเรากำลังอยู่ในช่วง “ดวงอาทิตย์คึกคะนอง” แม้จะสร้างความปั่นป่วนให้กับระบบสื่อสารและวิทยุขัดข้องในระดับ R3 แต่เทคโนโลยีการพยากรณ์ปัจจุบันช่วยให้หน่วยงานทั่วโลกเตรียมรับมือได้ทันท่วงที และที่สำคัญที่สุดคือ มันไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์บนพื้นโลก
tags : gizmodo