หัวข้อข่าว

เมื่อ Claude โชว์สกิล “เกษตรกร AI” ดูแลมะเขือเทศจนออกผล แถมอัปเกรดระบบเองได้ด้วย

Claude

ใครที่เคยบอกว่าถ้าโดน AI แย่งงานจะหนีไปปลูกผัก อาจต้องคิดใหม่! เมื่อ Martin DeVido นักพัฒนาอิสระพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า AI ไม่ได้เก่งแค่ตอบแชตหรือเขียนโค้ด แต่สามารถ “ดูแลสิ่งมีชีวิต” ในโลกจริงได้อย่างแม่นยำ

จากเมล็ดสู่ผลผลิต 100 วันที่ Claude เป็นเกษตรกร

AI ปลูกผัก

Martin ได้สร้างโปรเจกต์ทดลองโดยให้ AI อย่าง Claude (จาก Anthropic) รับหน้าที่ดูแลต้นมะเขือเทศที่ชื่อว่า “Sol” ตั้งแต่ยังเป็นเมล็ด โดย Claude จะควบคุมระบบอัตโนมัติทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการให้น้ำ แสง ปรับอุณหภูมิ ค่า CO₂ ไปจนถึงการไหลเวียนอากาศ ผ่านเซนเซอร์ที่ส่งข้อมูลแบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง

บทพิสูจน์ความอึดเมื่อระบบล่ม

ความเจ๋งไม่ได้อยู่แค่การรดน้ำตามเวลา แต่คือ “การแก้ปัญหา” มีช่วงหนึ่งที่ระบบ Arduino เกิด Error จนไฟดับและอุปกรณ์หยุดทำงาน ทำให้ต้นมะเขือเทศเริ่มเหี่ยว แต่ Claude ตรวจพบความผิดปกติและสั่งรันระบบกู้ชีพ (Recovery Workflow) ทันที ทั้งเปิดไฟและรดน้ำฉุกเฉินจน Sol กลับมาฟื้นตัวและออกผลได้จริงถึง 6–8 ลูกในเวลาประมาณ 100 วัน

Claude ปลูกมะเขือเทศได้

ก้าวสู่ "Living Factory" โรงงานที่มีชีวิต

โปรเจกต์นี้ไม่ได้หยุดแค่ต้นเดียว Martin ขยายผลสู่ Research Pods 4 ห้องปลูก โดยให้ Claude แต่ละตัวทดลองสูตรการปลูกที่ต่างกันเพื่อหาค่าที่ดีที่สุด และที่น่าทึ่งกว่านั้นคือระบบเริ่มมีแนวคิด “Self-extending” หาก Claude รู้สึกว่าต้องการข้อมูลเพิ่ม (เช่น อยากวัดค่าออกซิเจน) AI สามารถออกแบบวงจรเซนเซอร์ใหม่ ส่งไฟล์ไปผลิตแผ่น PCB ผ่านเครื่อง CNC และสั่งชิ้นส่วนมาติดตั้งเข้ากับระบบได้เองแทบจะเบ็ดเสร็จ

Martin DeVido

นี่คือจุดเริ่มต้นของเกษตรกรรมยุคใหม่ที่ AI ไม่ได้แค่ช่วยคิด แต่ “ลงมือทำและพัฒนาตัวเอง” ได้ในโกดังจริงๆ จนเจ้าของโปรเจกต์ถึงกับแซวว่า สงสัยหนีไปปลูกผักไม่รอดแล้ว คงต้องเปลี่ยนเป้าหมายไปเรียนนวดแผนโบราณแทน แต่ก็ไม่รู้ว่าอนาคต Claude จะตามไปทำได้ด้วยหรือเปล่า!

tags :x

Facebook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *