ลืมภาพการนั่งรัวคีย์บอร์ดหรือการสั่งงานด้วยเสียงไปได้เลย เพราะตอนนี้เทคโนโลยีสุดล้ำกำลังจะทำให้เราพิมพ์ข้อความได้เพียงแค่ “ใช้ความคิด” เท่านั้น Sabi สตาร์ตอัปจากเมืองพาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย กำลังเปลี่ยนหมวกไหมพรมธรรมดาให้กลายเป็นเครื่องถอดรหัสสมองที่สามารถแปลความคิดเป็นตัวอักษรบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง โดยคาดว่าจะพร้อมวางจำหน่ายจริงช่วงสิ้นปี 2026 นี้
จุดเด่นที่ทำให้โลกต้องจับตามองคือ
การเป็นอุปกรณ์สวมใส่ภายนอกแบบ 100% ต่างจากโปรเจกต์ของยักษ์ใหญ่บางเจ้าอย่าง Neuralink ที่ต้องเจาะกะโหลกฝังชิป เพราะ ทางบริษัทเชื่อว่าเทคโนโลยีที่จะเข้าถึงคนนับพันล้านได้ต้องไม่รุกล้ำร่างกาย ภายในหมวกจึงอัดแน่นไปด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับสัญญาณชีวภาพจิ๋วนับ 70,000 ถึง 100,000 ตัว ซึ่งมากกว่าอุปกรณ์ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ทั่วไปหลายเท่าตัว เพื่อเก็บข้อมูลการทำงานของระบบประสาทได้อย่างแม่นยำและน่าเชื่อถือ
เบื้องหลังความเทพนี้คือระบบ AI
ที่เรียกว่า “แบบจำลองพื้นฐานสมอง” (Brain Foundation Model) ซึ่งผ่านการฝึกฝนจากข้อมูลสมองกว่า 100,000 ชั่วโมง ทำให้สามารถแปลความคิดออกมาเป็นประโยคที่ต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติได้ในความเร็วเริ่มต้นประมาณ 30 คำต่อนาที นอกจากจะช่วยให้คนทำงานจดบันทึกได้แบบส่วนตัวโดยไม่ต้องออกเสียงรบกวนผู้อื่นแล้ว ยังเป็นความหวังใหม่ที่จะช่วยให้ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวสามารถสื่อสารกับโลกภายนอกได้สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
This is the AlphaFold moment for brain-computer interfaces.
— Rohan Paul (@rohanpaul_ai) April 16, 2026
Sabi releases the Sabi Cap. The first mass BCI (brain-computer interfaces) may be something you wear, not something surgeons implant.
It is a normal beanie you wear on your head. Inside sit 70,000 to 100,000 tiny… https://t.co/Vn7JHxKyNp pic.twitter.com/iyuHpvHY0u
เรื่องความเป็นส่วนตัวก็หายห่วง
เพราะทางบริษัทยืนยันว่าข้อมูลประสาททั้งหมดจะถูกเข้ารหัสแบบ End-to-end ตั้งแต่ออกจากอุปกรณ์ และ AI จะเรียนรู้ผ่านข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสไว้แล้วเท่านั้น แถมตัวหมวกยังถูกออกแบบให้สวมใส่สบาย ดูแนบเนียนไปกับแฟชั่นทั่วไป ใครที่ไม่ถนัดหมวกไหมพรม ในอนาคตเขายังมีแผนจะทำออกมาในทรงหมวกเบสบอลเท่ ๆ อีกด้วย
tags wired