หัวข้อข่าว

เปิดตัว “Amble One” EV สายสโลว์ไลฟ์ ราคาเริ่มต้นราว 760,000 บาท

Amble One

จากความฝันที่ Apple ทำไม่สำเร็จ สู่รถไฟฟ้าคันใหม่ที่เกิดขึ้นจริง

หลังจาก Apple ใช้เวลากว่า 10 ปี และทุ่มงบหลายพันล้านดอลลาร์กับโครงการ Apple Car (Project Titan) ก่อนตัดสินใจยุติโครงการในปี 2024 ล่าสุด Julian Hoenig อดีตหัวหน้าทีมออกแบบที่เคยมีบทบาททั้งใน Apple Watch, Vision Pro และโครงการรถยนต์ของ Apple ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของตัวเองในชื่อ Amble One

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ รถคันนี้กลับสวนทางกับแนวคิดของ Apple Car แทบทุกด้าน

ไม่มีหน้าจอ ไม่มีประตู เน้นสัมผัสธรรมชาติ

ไม่มีหน้าจอ ไม่มีประตู เน้นสัมผัสธรรมชาติ Amble One ถูกออกแบบให้เป็นรถไฟฟ้าขนาดเล็กแบบเปิดโล่ง (Open Electric Buggy) ไม่มีประตู ไม่มีหน้าจอ และไม่เน้นเทคโนโลยีที่รบกวนสายตาผู้ขับ ทีมผู้ออกแบบเลือกใช้วัสดุธรรมชาติอย่างอะลูมิเนียม หนังแท้ ผ้าฝ้าย และไม้ก๊อก เพื่อให้ตัวรถมีเอกลักษณ์ที่สวยงามตามกาลเวลา แทนการใช้วัสดุที่เสื่อมสภาพง่าย เป้าหมายคือทำให้ผู้ขับ “สัมผัสบรรยากาศรอบตัว” มากกว่าจ้องอยู่กับจอแสดงผลภายในรถ

รถไฟฟ้าสำหรับรีสอร์ตและบ้านพักตากอากาศ

Amble One มีขนาดกะทัดรัด ยาวเพียง 3.2 เมตร รองรับผู้โดยสาร 4 คน ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 15 กิโลวัตต์ พร้อมแบตเตอรี่ 11 kWh วิ่งได้ไกลประมาณ 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จ รถทำความเร็วสูงสุด 65 กม./ชม. และชาร์จเต็มภายในประมาณ 5.5 ชั่วโมง ผ่านปลั๊กไฟบ้านมาตรฐาน เหมาะสำหรับการใช้งานในรีสอร์ต หมู่บ้านส่วนตัว บ้านพักริมทะเล หรือพื้นที่ธรรมชาติ มากกว่าการใช้งานบนทางหลวง

Project Titan
เมื่ออดีตทีม Apple เลือกเดินคนละทางกับ Ferrari

หลายคนอาจเปรียบเทียบกับ Ferrari Luce รถซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่ออกแบบโดย Jony Ive และ Marc Newson อดีตนักออกแบบระดับตำนานของ Apple เช่นกัน

แต่ทั้งสองกลับตีความ "รถแห่งอนาคต" ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

Ferrari Luce มาพร้อมกำลังสูงกว่า 1,000 แรงม้า ความเร็วระดับ 310 กม./ชม. และราคาสูงถึง 550,000 ยูโร

ขณะที่ Amble-One เลือกเดินอีกเส้นทาง ด้วยแนวคิด “ขับช้า ใช้ชีวิตช้า” เน้นความเรียบง่าย ความผ่อนคลาย และการเชื่อมต่อกับสิ่งแวดล้อม ในราคาเริ่มต้นเพียง 20,000 ยูโร หรือประมาณ 760,000 บาท

อดีตนักออกแบบ Apple

ล็อตแรกจะถูกส่งมอบให้รีสอร์ตและโรงแรมหรูหลายแห่ง เช่น Amangiri, Six Senses และ Na Praia ภายในปี 2027

ส่วนลูกค้าทั่วไปในยุโรปและสหรัฐฯ จะสามารถจองได้ในปี 2028 โดยบริษัทเผยว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ และมีแผนพัฒนารถสำหรับการใช้งานในเมืองตามมาในอนาคต

Facebook