หัวข้อข่าว

Microsoft อัปเกรด DirectX Raytracing ครั้งใหญ่ เคลมเพิ่มเฟรมเรตได้ 47 เท่า

DirectX Raytracing

เทคโนโลยีภาพสวยอย่าง Ray Tracing อาจไม่ต้องแลกกับภาระการ์ดจอที่หนักเหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อ Microsoft ประกาศปรับปรุง DirectX Raytracing (DXR) ครั้งสำคัญ โดยนำเทคนิคใหม่เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลภายในฉากเกมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเผยผลทดสอบที่สามารถเพิ่มอัตราเฟรมจาก 1.8 FPS เป็น 84 FPS บนฉากจำลองสำหรับนักพัฒนา

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2026 และถือเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ของ DXR นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2018 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระการประมวลผลของ GPU โดยเฉพาะเกมที่มีฉากซับซ้อน วัตถุจำนวนมาก และการเคลื่อนไหวตลอดเวลา

ทำไม Ray Tracing ถึงกินพลังการ์ดจอ?

อัปเกรด DirectX2

DirectX Raytracing คือเทคนิคจำลองการเดินทางและการสะท้อนของแสง เพื่อสร้างภาพที่สมจริงมากขึ้น ทั้งเงา แสงตกกระทบ และภาพสะท้อนบนพื้นผิวต่าง ๆ แต่เบื้องหลังความสวยงามนี้ การ์ดจอต้องคำนวณข้อมูลของวัตถุและโครงสร้างภายในฉากอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งเกมมีรายละเอียดมาก หรือมีวัตถุที่เคลื่อนไหวและเปลี่ยนตำแหน่งอยู่ตลอดเวลา ระบบก็ยิ่งต้องจัดการข้อมูลจำนวนมาก ส่งผลให้ใช้ทรัพยากรประมวลผลและหน่วยความจำเพิ่มขึ้น Microsoft จึงพัฒนาแนวทางใหม่เพื่อให้การจัดการข้อมูลเหล่านี้ไม่ต้องเริ่มต้นทำซ้ำทั้งหมดทุกครั้ง

Clustered Geometry แบ่งข้อมูลวัตถุเพื่อใช้ซ้ำ

เทคโนโลยีแรกคือ Clustered Geometry ซึ่งช่วยจัดแบ่งวัตถุสามมิติออกเป็นกลุ่มหรือส่วนย่อย ๆ ทำให้ระบบสามารถนำข้อมูลที่มีอยู่กลับมาใช้ซ้ำได้ แทนที่จะต้องสร้างหรือประมวลผลข้อมูลของวัตถุใหม่ทั้งหมด

แนวทางนี้ช่วยลดงานที่การ์ดจอต้องทำระหว่างการประมวลผลฉาก Ray Tracing โดยเฉพาะในเกมที่มีวัตถุจำนวนมากและมีรายละเอียดซับซ้อน

Partitioned TLAS อัปเดตเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลง

อีกเทคโนโลยีคือ Partitioned TLAS ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการโครงสร้างข้อมูลสำหรับตรวจสอบการชนและเส้นทางของแสงในฉากสามมิติ โดยปกติระบบอาจต้องจัดการข้อมูลฉากในวงกว้างเมื่อมีวัตถุเปลี่ยนแปลง แต่แนวทางใหม่นี้ช่วยแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้การ์ดจออัปเดตเฉพาะพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่จำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลของทั้งฉากซ้ำทั้งหมด จึงมีโอกาสลดภาระการคำนวณและหน่วยความจำที่ต้องใช้จัดเก็บข้อมูล Ray Tracing

ผลทดสอบเพิ่มจาก 1.8 FPS เป็น 84 FPS

ตัวเลขที่ Microsoft เปิดเผยได้รับความสนใจอย่างมาก โดยผลทดสอบฉากตัวอย่างบนการ์ดจอ AMD Radeon RX 9070 พบว่าอัตราเฟรมเพิ่มจาก 1.8 FPS เป็น 84 FPS หรือสูงขึ้นประมาณ 47 เท่า

นอกจากนี้ ยังสามารถลดหน่วยความจำที่ใช้จัดเก็บข้อมูลสำหรับการคำนวณ Ray Tracing ได้ประมาณ 94% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวมาจากฉากทดสอบเฉพาะทางสำหรับนักพัฒนา ไม่ใช่ผลทดสอบจากเกมที่วางจำหน่ายทั่วไป และยังมีการใช้หน่วยความจำชั่วคราวระหว่างประมวลผลเพิ่มขึ้นด้วย

ดังนั้น ผลลัพธ์นี้จึงไม่ได้หมายความว่าเกมทุกเกมจะมีเฟรมเรตเพิ่มขึ้น 47 เท่า แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีใหม่ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด

อัปเกรด DirectX
Microsoft ระบุรายชื่อฮาร์ดแวร์ที่รองรับในเบื้องต้น ได้แก่
  • NVIDIA GeForce RTX ทุกรุ่น

  • AMD Radeon RX 9000 Series

  • Intel Arc B-Series

  • กราฟิกใน Intel Core Ultra 200V และ Series 3

ทั้งนี้ การใช้งานยังต้องอาศัยไดรเวอร์ที่รองรับ ส่วนการ์ดจอรุ่นอื่นยังต้องรอข้อมูลยืนยันเพิ่มเติม

ปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่ของ DXR เปิดให้ทดลองผ่าน DirectX 12 Agility SDK 1.722 Preview ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา โดยต้องเปิดใช้งาน Windows Developer Mode เพื่อทดสอบฟีเจอร์ดังกล่าว

นั่นหมายความว่าผู้เล่นเกมทั่วไปยังไม่ได้รับประโยชน์จากการปรับปรุงนี้ทันที แม้จะใช้การ์ดจอที่อยู่ในรายชื่อรองรับก็ตาม เพราะผู้พัฒนาเกมต้องนำเทคโนโลยีใหม่ไปปรับใช้กับเกมก่อน อีกทั้ง Microsoft ยังไม่ได้ประกาศกำหนดเปิดใช้งานทั่วไปอย่างเป็นทางการ

tags : wccftech

Facebook