ภาพของรถบินส่วนบุคคลที่สามารถจอดไว้ในโรงรถบ้านกำลังเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น เมื่อ Doroni Aerospace เดินหน้าพัฒนา H1-X ยานบินไฟฟ้าส่วนบุคคลแบบ 2 ที่นั่ง พร้อมจับมือกับ TLG Aerospace บริษัทวิศวกรรมการบิน เพื่อร่วมพัฒนา ทดสอบ และเตรียมดำเนินการขอรับรองมาตรฐานจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA โดยตั้งเป้าเริ่มผลิตในสหรัฐฯ และส่งมอบให้ลูกค้าภายในปี 2028
จับมือพันธมิตรวิศวกรรม เตรียมทดสอบและขอรับรอง FAA
ความร่วมมือกับ TLG Aerospace มีเป้าหมายสนับสนุนงานด้านวิศวกรรม การทดสอบ และกระบวนการรับรองความปลอดภัยของ H1-X ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนที่ยานบินส่วนบุคคลจะสามารถนำไปใช้งานจริงได้ โดยบริษัทวางแนวทางดำเนินงานให้สอดคล้องกับกรอบกฎเกณฑ์ MOSAIC ของ FAA ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงข้อกำหนดสำหรับอากาศยานขนาดเล็ก ทั้งนี้ การดำเนินการตามกรอบดังกล่าวยังไม่เท่ากับการได้รับใบรับรองการบินแล้ว
H1-X ใช้พัดลมในท่อ 10 ตัว ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
จุดเด่นของ H1-X คือการออกแบบเป็นยานบิน eVTOL หรืออากาศยานไฟฟ้าที่สามารถขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งได้ โดยใช้พัดลมแบบติดตั้งอยู่ภายในท่อ (Ducted Fans) จำนวน 10 ตัว แทนการใช้ใบพัดเปิดแบบที่พบในอากาศยานบางประเภท
ตัวเครื่องผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรงสูง พร้อมรองรับผู้โดยสาร 2 คน นอกจากนี้ Doroni ยังระบุว่าตัวเครื่องถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดพอสำหรับการจอดในโรงรถของบ้าน ช่วยลดข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บเมื่อเทียบกับอากาศยานทั่วไป
เพิ่ม Soul AI เป็นผู้ช่วยประจำยานบิน
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่บริษัทนำเสนอคือ Soul AI ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับยานบิน H1-X โดยเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการนำ AI เข้ามาช่วยสนับสนุนประสบการณ์การใช้งานยานบินส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับความสามารถ ขอบเขตการควบคุม และบทบาทด้านความปลอดภัยของระบบยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัท
ระดมทุนได้ 10.5 ล้านดอลลาร์ ยอดสนใจซื้อทะลุ 175 ล้านดอลลาร์
ด้านความคืบหน้าทางธุรกิจ Doroni Aerospace ระบุว่าสามารถระดมทุนได้แล้ว 10.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ยอดแสดงความสนใจซื้อ H1-X มีมูลค่ารวมมากกว่า 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความสนใจที่บริษัทได้รับจากตลาด แต่ไม่ควรตีความว่าเป็นยอดขายที่ชำระเงินจริงหรือคำสั่งซื้อที่ยืนยันแล้วทั้งหมด
เป้าหมายถัดไปของ Doroni คือการเดินหน้าทดสอบ พัฒนาระบบ และดำเนินกระบวนการรับรองที่จำเป็น ก่อนเริ่มการผลิต H1-X ในสหรัฐอเมริกา โดยวางกำหนดการส่งมอบให้ลูกค้าภายในปี 2028
อย่างไรก็ตาม ยานบิน eVTOL ยังต้องผ่านเงื่อนไขด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย และการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลก่อนเข้าสู่การใช้งานจริง จึงต้องติดตามความคืบหน้าของโครงการและกำหนดการที่บริษัทประกาศต่อไป
tags : interestingengineering