แม้จะเปลี่ยนเข้าสู่ยุค EV แต่ Ferrari ยังคงย้ำชัด
ว่า “ลูช-เช่” ไม่ใช่แค่รถไฟฟ้าทั่วไป แต่คือ “Ferrari ในรูปแบบใหม่” ที่ยังคงความแรง ความพรีเมียม และอารมณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมเอาไว้ครบถ้วน
แรงกว่า 1,000 แรงม้า เร็วกว่า SUV V12 ของ Ferrari
“ลูช-เช่” มาพร้อมพละกำลังมากกว่า 1,000 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้เกิน 310 กม./ชม. ตัวเลขนี้ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งใน Ferrari ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา และยังเร็วกว่ารุ่น Purosangue SUV เครื่องยนต์ V12 ของแบรนด์อีกด้วย
Ferrari ระบุว่าการพัฒนารถรุ่นนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนจากเครื่องยนต์น้ำมันมาใช้แบตเตอรี่ แต่เป็นการสร้าง “ประสบการณ์ขับขี่แบบ Ferrari” ในยุคใหม่ ทั้งการตอบสนอง อัตราเร่ง และความรู้สึกหลังพวงมาลัย
Ferrari Luce 5 ที่นั่งคันแรกในประวัติศาสตร์
อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญคือ “ลูช-เช่” กลายเป็น Ferrari รุ่นแรกที่มาพร้อมเบาะ 5 ที่นั่งเต็มรูปแบบ
ด้วยแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ทีมออกแบบสามารถจัดวางพื้นที่ภายในได้อิสระมากขึ้น แตกต่างจากโครงสร้างรถเครื่องยนต์แบบเดิม ส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างขึ้นและใช้งานได้จริงมากกว่า Ferrari รุ่นก่อน ๆ
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 600 ลิตร รองรับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้ถึง 3 ใบ หรือถุงกอล์ฟ 2 ชุด ตอบโจทย์สายเดินทางและขับขี่ระยะไกลแบบ Grand Tourer มากขึ้น
ราคาแรงสมชื่อ พร้อมรักษาความพิเศษแบบ Ferrari
Ferrari ตั้งราคา “ลูช-เช่” ไว้ที่ประมาณ 550,000 ยูโร หรือราว 640,000 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนชัดว่าแม้แบรนด์จะเข้าสู่ยุครถไฟฟ้า แต่ยังคงวางตำแหน่งเป็นรถระดับลักชัวรีสมรรถนะสูง พร้อมการผลิตแบบจำนวนจำกัดเช่นเดิม
หลายฝ่ายมองว่า Luce อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของ Ferrari ในยุค EV และเป็นการพิสูจน์ว่า “รถไฟฟ้า” ก็ยังสามารถมอบอารมณ์สปอร์ตแบบ Ferrari ได้เช่นกัน
tags drive