ต่อไปการสั่งอาหารอาจไม่ต้องรอไรเดอร์ขี่รถมาส่งถึงหน้าบ้าน เพราะ DoorDash กำลังย้ายบริการส่งอาหารขึ้นไปบนท้องฟ้า ด้วยการเปิดตัว DoorDash Air ระบบจัดส่งด้วยโดรนที่พัฒนาขึ้นสำหรับการใช้งานจริงในชุมชน
DoorDash เริ่มนำระบบดังกล่าวไปทดลองใน Northern California หรือแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ โดยมีร้านอาหารชื่อดังอย่าง Chipotle และ Popeyes รวมถึงร้านอาหารท้องถิ่นเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกลุ่มแรก
โดรน 6 ใบพัด เน้นบินเงียบและเข้ากับชุมชน
หัวใจของ DoorDash Air ไม่ได้มีแค่การสร้างโดรนให้บินได้ แต่บริษัทออกแบบระบบตั้งแต่การเตรียมอาหาร การบรรจุ การส่งต่อจากร้าน ไปจนถึงการนำอาหารขึ้นเครื่องและส่งลงถึงจุดหมาย
ตัวโดรนใช้ 6 ใบพัดที่หมุนด้วยความเร็วต่ำ โดย DoorDash ระบุว่าเสียงขณะบินที่ระดับปฏิบัติการอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเสียงรถยนต์ที่วิ่งผ่านทั่วไป เพื่อลดผลกระทบด้านเสียงต่อพื้นที่ชุมชน
อาหารประมาณ 80% มีโอกาสขึ้นโดรนได้
จากการประเมินของ DoorDash พบว่าอาหารประมาณ 80% ของออร์เดอร์ร้านอาหารทั่วไป มีขนาดและน้ำหนักที่เหมาะสมสำหรับการขนส่งด้วยโดรน
ผลการทดสอบเบื้องต้นยังพบว่า หากเป็นเส้นทางและออร์เดอร์ที่เหมาะสม ระยะเวลาตั้งแต่รับอาหารจากร้านจนถึงหน้าบ้านลูกค้าอยู่ที่ ไม่ถึง 5 นาทีโดยเฉลี่ย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวมาจากการทดสอบในกลุ่มการจัดส่งที่มีข้อจำกัดด้านระยะทางและขนาดออร์เดอร์ จึงไม่ได้หมายความว่าทุกออร์เดอร์จะใช้เวลาเท่ากัน
AI ช่วยตัดสินใจว่าออร์เดอร์ไหนควรใช้โดรน
เบื้องหลังไม่ได้ปล่อยให้โดรนตัดสินใจบินเองแบบเดี่ยว ๆ แต่ DoorDash ใช้ Autonomous Delivery Platform (ADP) เป็นระบบกลางสำหรับบริหารการจัดส่ง
ระบบจะพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ เช่น สภาพอากาศ ระยะทางการบิน น้ำหนักและลักษณะของออร์เดอร์ รวมถึงสภาพการจราจรบนถนน ก่อนเลือกวิธีจัดส่งที่เหมาะสมที่สุดว่าจะใช้ Dasher, หุ่นยนต์ Dot หรือโดรน
นั่นทำให้ DoorDash Air ไม่ได้ถูกวางให้เป็นบริการแยกออกจากระบบเดิม แต่เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ถูกนำเข้ามารวมอยู่ในเครือข่ายการจัดส่งของ DoorDash
ไม่ต้องเปิดแอป ก็สั่งอาหารผ่านข้อความได้
นอกจากโดรนแล้ว DoorDash ยังเปิดตัวช่องทางใหม่ให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ สามารถ สั่งอาหารผ่านการแชตบนอุปกรณ์ Apple โดยตรง
บริการดังกล่าวต่อยอดจาก Ask DoorDash ให้ผู้ใช้พิมพ์ข้อความเพื่อค้นหาร้านอาหาร เลือกเมนู และดำเนินการสั่งซื้อภายในเธรดข้อความ โดยผู้ใช้ iOS ในสหรัฐฯ สามารถเข้าร่วม Waitlist สำหรับช่วง Beta ได้
ด้านธุรกิจ DoorDash ยังเปิดทางให้บริษัทนำระบบของตัวเองไปเชื่อมต่อกับเครื่องมือ AI ภายในองค์กรผ่าน MCP (Model Context Protocol) เพื่อใช้งาน เช่น สั่งอาหารกลางวันสำหรับทีม หรือเชื่อมกับระบบจัดการสต็อกสำนักงาน
จากอาหารสู่แฟชั่นและการคืนสินค้า
DoorDash ยังขยาย Marketplace ให้ครอบคลุมสินค้าจากแบรนด์ค้าปลีกมากขึ้น โดยมีชื่ออย่าง Macy’s, Anthropologie, The North Face, Vans และ Timberland เข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์ม ครอบคลุมสินค้าแฟชั่น ความงาม และสินค้าอื่น ๆ
พร้อมกันนี้ยังเปิดตัว Dasher Returns บริการให้ลูกค้าส่งสินค้าที่ต้องการคืนกลับไปยังร้านผ่าน Dasher โดยไม่ต้องจัดการเรื่องกล่องหรือใบปะหน้าด้วยตัวเอง ในพื้นที่ที่เปิดให้บริการ ลูกค้าจ่ายค่าธรรมเนียมแบบเหมาจ่าย 7.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อครั้ง และ DoorDash ระบุว่าบริการนี้จะขยายเพิ่มในอนาคต
tags : stanleytang