คนที่อยากติดตามสุขภาพแบบละเอียด แต่ไม่อยากใส่สมาร์ตวอตช์เรือนใหญ่ มีตัวเลือกใหม่ให้พิจารณาแล้ว เมื่อ Google เปิดตัว Fitbit Edge สายรัดข้อมือสุขภาพรุ่นล่าสุดที่เข้ามารับช่วงต่อจากตระกูล Fitbit Charge โดยวางตำแหน่งไว้ระหว่าง Fitbit Air รุ่นประหยัดกับ Pixel Watch 5 รุ่นท็อป
จุดเด่นของ Fitbit Edge คือ
การผสมผสานขนาดที่กะทัดรัดเข้ากับหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นและฟีเจอร์ติดตามสุขภาพที่หลากหลาย เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูข้อมูลสุขภาพและกิจกรรมประจำวันได้สะดวก โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่แบบสมาร์ตวอตช์
ดีไซน์ใหม่ จอใหญ่ขึ้น พร้อมปุ่มกดจริง
Fitbit Edge มาพร้อมหน้าจอทรงรีแบบ Hybrid OLED ขนาด 1.34 นิ้ว ซึ่งมีพื้นที่แสดงผลมากกว่า Fitbit Charge 6 ถึง 46% ช่วยให้มองเห็นข้อมูลได้ชัดเจนขึ้น ตัวเรือนผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% มีความหนา 11.5 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 17.7 กรัม
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงคือการนำปุ่มกดจริงด้านข้างกลับมาใช้แทนปุ่มสัมผัส ช่วยให้ควบคุมเมนูได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะระหว่างออกกำลังกายที่ต้องการกดสั่งงานอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
เพิ่มเซนเซอร์สุขภาพและระบบ Health Guardian
ด้านสุขภาพ Fitbit Edge รองรับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) การตรวจจับสัญญาณที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) การวัดออกซิเจนในเลือด (SpO₂) และการติดตามอุณหภูมิผิวหนังในเวลากลางคืน
นอกจากนี้ ยังมีชุดฟีเจอร์ Health Guardian สำหรับประเมินแนวโน้มด้านสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตและการดื้ออินซูลิน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ควรใช้เพื่อสังเกตแนวโน้มสุขภาพ ไม่ใช่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์
สายออกกำลังกายได้ GPS ในตัว รองรับ 100 รูปแบบ
สำหรับคนที่ชอบวิ่งหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง Fitbit Edge มี GPS ในตัว ซึ่งตามข้อมูลเปิดตัวระบุว่ามีความแม่นยำเพิ่มขึ้น 40% พร้อมระบบตรวจจับและจำแนกประเภทการออกกำลังกายอัตโนมัติได้สูงสุด 100 รูปแบบ ช่วยให้ติดตามกิจกรรมได้หลากหลายโดยไม่ต้องเลือกโหมดด้วยตัวเองทุกครั้ง
ตัวอุปกรณ์ใช้ระบบ Fitbit OS และรองรับการทำงานร่วมกับทั้ง Android และ iOS ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 7 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และมีระบบชาร์จเร็วที่ใช้เวลาเพียง 5 นาทีเพื่อรองรับการใช้งานตลอดทั้งวันตามที่ผู้ผลิตระบุ
แม้จะเพิ่มความสามารถด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย แต่ Fitbit Edge ไม่มีฟังก์ชันชำระเงินผ่าน NFC หรือ Google Pay ผู้ใช้ยังสามารถรับการแจ้งเตือน ใช้ Google Maps สำหรับการนำทาง และควบคุมการเล่นเพลงผ่านข้อมือได้
tags : blog.google