จากเดิมที่ต้องคอยสั่ง AI ทีละคำถาม ต่อไปเราอาจแค่บอกว่าอยากให้งานออกมาเป็นแบบไหน แล้วปล่อยให้ AI จัดการขั้นตอนที่เหลือเองได้ เมื่อ Google Cloud เปิดตัว Gemini Agent ในงาน Gemini at Work 2026 โดยมุ่งพัฒนา AI ให้เป็นผู้ช่วยที่ทำงานต่อเนื่องได้ ตั้งแต่การวางแผน ค้นหาข้อมูล ไปจนถึงสร้างผลงานตามเป้าหมายที่ได้รับ
สั่งงานเป็นเป้าหมาย ไม่ต้องไล่ทำทีละขั้น
จุดเด่นของ Gemini Agent คือการรับโจทย์ที่มีหลายขั้นตอน เช่น ต้องการสรุปความคืบหน้าโครงการพร้อมจัดทำสไลด์นำเสนอ ระบบสามารถค้นข้อมูลจากเอกสาร อีเมล และเครื่องมือที่เชื่อมต่ออยู่ ก่อนนำข้อมูลมาจัดเรียงเป็นผลงานตามที่ต้องการได้
แนวทางนี้ต่างจากการใช้แชตบอตทั่วไปที่มักต้องป้อนคำสั่งทีละขั้น เพราะ AI Agent ถูกออกแบบให้วางแผนและดำเนินงานหลายส่วนต่อเนื่องกัน เพื่อลดงานซ้ำ ๆ ที่ผู้ใช้ต้องทำด้วยตัวเอง
เชื่อม Google Workspace พร้อมทำงานกับเครื่องมือภายนอก
Gemini-Agent รองรับการทำงานร่วมกับบริการของ Google เช่น Gmail, Drive, Docs, Sheets, Slides, Chat และ Calendar รวมถึงเครื่องมือภายนอกอย่าง Slack และ Microsoft 365 ช่วยให้ AI เข้าถึงข้อมูลจากหลายแหล่งที่เกี่ยวข้องกับงานได้ โดยขึ้นอยู่กับสิทธิ์ที่ได้รับ
อีกส่วนสำคัญคือการรักษาบริบทของงานให้ต่อเนื่อง แม้ผู้ใช้จะเปลี่ยนอุปกรณ์หรือสลับไปมาระหว่างแอป ทำให้การทำงานที่เกี่ยวข้องกับหลายเครื่องมือไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นอธิบายโจทย์ใหม่ทุกครั้ง
ใช้ได้ทั้ง Gemini และ Claude เลือกโมเดลให้เหมาะกับงาน
แม้ระบบจะใช้ชื่อ Gemini แต่ Google ระบุว่ารองรับโมเดล AI จาก Anthropic อย่าง Claude ด้วย องค์กรจึงสามารถเลือกโมเดลให้เหมาะกับลักษณะงานแต่ละประเภท แทนการจำกัดตัวเองไว้กับ AI เพียงค่ายเดียว
การเลือกใช้โมเดลให้ตรงกับงานอาจช่วยให้องค์กรจัดสรรทรัพยากรได้เหมาะสมขึ้น รวมถึงวางแผนค่าใช้จ่ายในการใช้งาน AI ได้ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์และต้นทุนจริงยังขึ้นอยู่กับโมเดล งานที่มอบหมาย และรูปแบบการใช้งาน
สร้าง Agent หลายตัวให้ช่วยกันทำงาน พร้อมระบบตรวจสอบ
สำหรับงานที่ซับซ้อน Gemini Agent สามารถสร้าง AI Agent ตัวอื่นมาช่วยรับผิดชอบงานย่อย ๆ ได้ หรือจัดทำผู้ช่วยสำหรับทีมที่มีอีเมล ปฏิทิน และบัญชีแยกเป็นของตัวเอง เพื่อให้ทำงานร่วมกับสมาชิกในทีมได้อย่างเป็นระบบ ด้านการบริหารจัดการ Google มีระบบกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล บันทึกการทำงานเพื่อตรวจสอบย้อนหลัง และกำหนดวงเงินการใช้งาน AI แยกตามโปรเจกต์ได้ ฟีเจอร์เหล่านี้มีความสำคัญต่อองค์กรที่ต้องควบคุมข้อมูลและค่าใช้จ่ายจากการนำ AI มาใช้ในกระบวนการทำงาน
ปัจจุบันยังอยู่ในสถานะ Private Preview หรือช่วงทดลองใช้งานแบบจำกัดสำหรับลูกค้าองค์กร จึงยังไม่ได้เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงได้ทั้งหมด
tags : Neowin