Optimus เตรียมรับหน้าที่เสียบสายชาร์จ Robotaxi
ปัจจุบัน การนำรถ Cybercab เข้าชาร์จที่สถานี Supercharger ยังต้องอาศัยพนักงานช่วยจัดตำแหน่งรถและเสียบสายชาร์จ เนื่องจากกระบวนการชาร์จของรถยังต้องใช้พอร์ต NACS ซึ่งเป็นมาตรฐานหัวต่อชาร์จของ เทสลา
แผนที่ระบุไว้คือการให้ Optimus เข้ามาช่วยทำงานดังกล่าวแทนมนุษย์ โดยใช้ความสามารถในการเคลื่อนไหวและจัดการวัตถุเพื่อทำงานกับอุปกรณ์ชาร์จ อย่างไรก็ตาม บทบาทนี้เป็นเพียงแนวทางระยะสั้นระหว่างที่ เทสลา เดินหน้าพัฒนาระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
เป้าหมายระยะยาวคือชาร์จรถโดยไม่ต้องเสียบสาย
เทสลา ต้องการเปลี่ยนจากการชาร์จผ่านสายไปสู่ระบบชาร์จไร้สายอัตโนมัติ ซึ่งรถสามารถเข้าตำแหน่งชาร์จและรับพลังงานได้โดยไม่ต้องให้คนหรือหุ่นยนต์เสียบหัวชาร์จด้วยตัวเอง
ข้อมูลต้นทางระบุว่า Cybercab ผ่านการอนุมัติจาก FCC ที่เกี่ยวข้องกับระบบดังกล่าวแล้ว แต่การอนุมัติด้านอุปกรณ์หรือคลื่นความถี่ไม่ได้หมายความว่าระบบพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบทันที ยังต้องพิจารณาความพร้อมในการติดตั้งและการใช้งานจริงด้วย
ศูนย์ Robotaxi ใน Austin วางแผนแท่นชาร์จ 80 จุด
อีกส่วนหนึ่งของแผนคือการพัฒนาศูนย์ Robotaxi ในเมือง Austin รัฐเท็กซัส โดยมีแผนติดตั้งแท่นชาร์จไร้สาย 80 จุด เพื่อรองรับรถที่ให้บริการในเครือข่าย
หากระบบทำงานได้ตามเป้าหมาย รถ Cybercab จะสามารถเข้ารับการชาร์จได้โดยลดขั้นตอนการจัดการด้วยแรงงานคนลง ช่วยให้การดูแลรถจำนวนมากในศูนย์มีโอกาสเป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างและการนำระบบมาใช้งานจริง
Optimus อาจต่อยอดสู่งานซ่อมบำรุงและจัดส่ง
นอกเหนือจากงานชาร์จรถ เทสลา ยังมีแนวคิดนำ Optimus ไปใช้กับงานอื่น เช่น การดูแลและซ่อมบำรุง รวมถึงงานจัดส่ง ขณะที่ Cybercab และ Robovan เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมระบบขนส่งอัตโนมัติที่บริษัทกำลังพัฒนา
แนวทางนี้สะท้อนการนำ AI ที่ทำงานผ่านซอฟต์แวร์มาผสานกับหุ่นยนต์และยานยนต์จริง หรือที่เรียกว่า Physical AI ซึ่งหมายถึงระบบ AI ที่รับรู้สภาพแวดล้อมและลงมือทำงานทางกายภาพได้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสร้างข้อความหรือวิเคราะห์ข้อมูล
tags : notateslaapp