จากเดิมที่ต้องรอข้อมูลพยากรณ์อากาศรอบใหม่ทุก 6 ชั่วโมง ตอนนี้ Google กำลังขยับเข้าใกล้การพยากรณ์แบบเรียลไทม์มากขึ้น ด้วย WeatherNext 3 โมเดล AI รุ่นใหม่จาก Google DeepMind และ Google Research ที่เพิ่มทั้งความถี่ ความละเอียด และแหล่งข้อมูลสำหรับวิเคราะห์สภาพอากาศ
การเปลี่ยนแปลงสำคัญของ WeatherNext 3 คือ
การเพิ่มรอบการอัปเดตข้อมูลเป็น ทุก 1 ชั่วโมง จาก WeatherNext 2 ที่อัปเดตทุก 6 ชั่วโมง ทำให้โมเดลมีข้อมูลใหม่เข้ามาประมวลผลบ่อยขึ้น และสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ละเอียดกว่าเดิม
ในด้านความละเอียด WeatherNext3 ยังแบ่งระดับข้อมูลตามประเภทของสภาพอากาศ โดยข้อมูล อุณหภูมิและความชื้นมีความละเอียด 5 กิโลเมตร ขณะที่ตัวแปรบนพื้นดินอยู่ที่ 10 กิโลเมตร และตัวแปรในชั้นบรรยากาศอยู่ที่ 25 กิโลเมตร
เมื่อเทียบกับ WeatherNext 2 ซึ่งใช้ความละเอียด 25 กิโลเมตร
สำหรับทุกตัวแปร การอัปเกรดครั้งนี้จึงทำให้ข้อมูลบางประเภทสามารถมองเห็นรายละเอียดในพื้นที่เล็กลงได้มากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลอุณหภูมิและความชื้น
อีกจุดที่ Google ปรับคือแหล่งข้อมูลที่นำมาใช้พยากรณ์ เดิมโมเดลอาศัย NWP หรือ Numerical Weather Prediction ซึ่งเป็นระบบคำนวณสภาพอากาศด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เป็นหลัก และมีรอบการอัปเดตทุก 6 ชั่วโมง แต่ข้อจำกัดคือข้อมูลบางอย่าง เช่น การก่อตัวและการเคลื่อนตัวของเมฆฝน อาจเปลี่ยนแปลงเร็วกว่ารอบการอัปเดต
WeatherNext3 จึงเพิ่มข้อมูลจากดาวเทียมที่ช่วยติดตามสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ รวมถึงข้อมูลจากสถานีตรวจวัดสภาพอากาศทั่วโลก เพื่อให้โมเดลมีข้อมูลล่าสุดเข้ามาประกอบการคาดการณ์มากขึ้น
สำหรับ การพยากรณ์ฝนโดยเฉพาะ Google ระบุว่า
WeatherNext3 ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม IMERG ของ NASA ร่วมกับข้อมูลที่ Google รวบรวมเอง ส่งผลให้ความแม่นยำของการพยากรณ์เพิ่มขึ้นได้สูงสุดถึง 60% ซึ่งมีความสำคัญกับการติดตามฝนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากผู้ใช้งานทั่วไปแล้ว นักพัฒนาก็สามารถเข้าถึงข้อมูลพยากรณ์อากาศทั่วโลกในระดับรายชั่วโมงผ่าน BigQuery และ Earth Engine หรือดาวน์โหลดข้อมูลเป็นชุดผ่าน Google Cloud Storage ได้ ขณะที่ Google เตรียมนำข้อมูลจาก WeatherNext 3 ไปใช้กับบริการต่าง ๆ เช่น Google Search, Gemini, Google Maps และ Google Earth
tags : blog.google