Quaise Energy สตาร์ตอัพสายพลังงานจากเท็กซัส ประกาศเดินหน้า “Project Obsidian” โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพแบบร้อนจัด (Superhot Geothermal) แห่งแรกของโลก ณ รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา โดยตั้งเป้าปั่นกระแสไฟฟ้าให้โลกได้ใช้กันเร็วที่สุดภายในปี 2030 นี้
ทำไมต้องเป็นพลังงานความร้อนแบบ “ร้อนจัด”
คำตอบง่ายๆ คือความหนาแน่นของพลังงานมหาศาลครับ เทคโนโลยีนี้จะขุดเจาะลงไปลึกถึง 5 กิโลเมตร เพื่อเข้าถึงชั้นหินที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 300 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนระดับนี้จะช่วยให้ผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าระบบเดิมหลายเท่าตัว ที่สำคัญคือมันใช้พื้นที่บนดินเพียง 20 เอเคอร์ (ประมาณ 50 ไร่) เท่านั้น ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับทุ่งโซลาร์เซลล์หรือกังหันลม แต่สามารถผลิตไฟฟ้าสะอาดได้ตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่มีหยุดพัก
นวัตกรรม “ละลายหิน” แทนการเจาะแบบเดิม
หัวใจสำคัญที่ทำให้โปรเจกต์นี้เป็นไปได้คือ “หัวเจาะพลังงานคลื่นมิลลิเมตร” (Millimeter wave energy) เพราะในระดับความลึกที่ร้อนและแรงดันสูงขนาดนั้น หัวเจาะโลหะทั่วไปมักจะพังเสียหาย Quaise Energy เลยเปลี่ยนวิธีจากการกระแทกหิน เป็นการส่งคลื่นพลังงานสูงลงไปเพื่อ “หลอมละลายและระเหยหิน” ให้กลายเป็นรูแทน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในวงการขุดเจาะตอนนี้
เป้าหมายใหญ่สู่ระดับ กิกะวัตต์
There are only a few times in your career when you can look back and say, “That year changed everything.” For all of us at #Quaise Energy, 2026 will be one of those years, and here’s why.
— Quaise Energy (@QuaiseEnergy) January 21, 2026
Superhot Geothermal
▪️Construction is underway at our pilot project in the western United… pic.twitter.com/73jJLzmRfi
ในระยะแรก Project Obsidian ตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าที่ 50 เมกะวัตต์ และมีแผนจะขยายกำลังการผลิตเป็น 250 เมกะวัตต์ จนไปถึงระดับ 1 กิกะวัตต์ (GW) ในอนาคต ซึ่งวิศวกรของทีมระบุว่า หากบ่อแรกทำงานได้ตามแผน มันจะกลายเป็นบ่อพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงเทียบเท่ากับบ่อน้ำมันระดับท็อปเลยทีเดียว
โดยภายในปลายปี 2026 นี้ ทีมงานเตรียมจะเปิดใช้งานบ่อเจาะเพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับชั้นหินและอุณหภูมิจริง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเดินเครื่องเต็มสูบ นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า พลังงานสะอาดที่มั่นคงและไร้ขีดจำกัดนั้นอยู่ใต้เท้าของเรานี่เอง
tags mining