เตรียมตัวทักทายเพื่อนร่วมงานใหม่ที่ไม่ใช่คน! สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ Japan Airlines (JAL) เตรียมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการการบินญี่ปุ่น ด้วยการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มาช่วยงานภาคพื้นดิน ณ สนามบินฮาเนดะ โดยโครงการสุดล้ำนี้จะเริ่มคิกออฟในเดือนพฤษภาคม ปี 2026 เพื่อเข้ามาแบ่งเบาภาระพนักงานในยุคที่นักท่องเที่ยวทะลักประเทศ แต่แรงงานกลับหายากยิ่งกว่าทอง
วิกฤตแรงงานญี่ปุ่น เมื่อนักท่องเที่ยวล้นแต่คนทำงานลด
ปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินของญี่ปุ่นกำลังเจอกับโจทย์หิน คือจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับจำนวนประชากรวัยทำงานที่ลดน้อยลง โดยเฉพาะงานภาคพื้นดิน (Ground Handling) อย่างการขนถ่ายสัมภาระซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้แรงกายสูงและต้องแข่งกับเวลา การส่งหุ่นยนต์เข้ามาช่วยรับผิดชอบงานที่ต้องทำซ้ำๆ หรือต้องยกของหนัก จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความเหนื่อยล้าของพนักงาน และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้น
ทำไมต้องเป็น ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์’?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมไม่ใช้หุ่นยนต์รูปร่างอื่น? คำตอบคือความยืดหยุ่นครับ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ทำให้สามารถเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่เดิมของสนามบินหรือบนเครื่องบินได้ทันที โดยที่สนามบินไม่ต้องเสียเงินมหาศาลเพื่อดัดแปลงสถานที่ให้วุ่นวาย
เปิดสเปกเจ้า G1 นักล่า Cargo ตัวจิ๋วแต่แจ๋ว
สำหรับการทดสอบครั้งนี้ JAL ได้เลือกใช้หุ่นยนต์รุ่น G1 จากค่าย Unitree Robotics น้องมีความสูง 1.32 เมตร น้ำหนักเพียง 35 กิโลกรัม สามารถพับเก็บได้ และทำงานต่อเนื่องได้นาน 2 ชั่วโมง ความเจ๋งคือมันถูกฝึกฝนผ่านระบบจำลองโลกเสมือน (Nvidia Isaac Simulator) ก่อนจะมาลงสนามจริง แถมยังติดตั้งเทคโนโลยีระดับท็อปอย่าง 3D LiDAR และกล้องวัดความลึก เพื่อให้การทำงานแม่นยำและปลอดภัยที่สุด
ก้าวต่อไปสู่อนาคตสนามบินที่ยั่งยืน
การทดสอบนี้จะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงปี 2028 เพื่อประเมินพื้นที่ที่เหมาะสมและมาตรฐานความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม Japan Airlines ยืนยันชัดเจนว่า แม้หุ่นยนต์จะเข้ามาช่วยงาน แต่เรื่อง “การจัดการด้านความปลอดภัย” จะยังคงเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของมนุษย์ 100% เพื่อให้มั่นใจว่าทุกเที่ยวบินจะปลอดภัยและล้ำสมัยไปพร้อมๆ กัน
“หุ่นยนต์จะช่วยยกของหนัก แต่ความปลอดภัยในเที่ยวบินยังเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญและดูแลโดยมนุษย์เสมอ”
tags people