นักวิทยาศาสตร์เริ่มจับตาปัญหาใหม่จาก “ขยะอวกาศ” หลังพบหลักฐานว่าเศษซากดาวเทียมและจรวดที่เผาไหม้ขณะตกกลับสู่โลก กำลังปล่อยโลหะและสารเคมีสะสมในชั้นบรรยากาศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชั้นโอโซนในระยะยาว
การตรวจจับครั้งนี้เกิดขึ้นผ่านเทคโนโลยี LiDAR
หรือระบบเลเซอร์ตรวจวัดระยะทางและอนุภาคในอากาศ ที่ช่วยให้นักวิจัยสามารถติดตาม “กลุ่มเมฆโลหะ” จากการเผาไหม้ของชิ้นส่วนอวกาศได้แบบเรียลไทม์
พบ “กลุ่มเมฆลิเธียม” เชื่อมโยงจรวด SpaceX
หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 หลังนักวิทยาศาสตร์ตรวจพบลิเธียมในชั้นบรรยากาศสูงมากกว่าปกติถึง 10 เท่า
จากการวิเคราะห์ย้อนหลัง พบว่ากลุ่มมวลอากาศดังกล่าวมีต้นกำเนิดใกล้พื้นที่ที่ชิ้นส่วนจรวด SpaceX Falcon 9 กลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศเหนือมหาสมุทรทางตะวันตกของไอร์แลนด์
นักวิจัยมองว่า “ลิเธียม” อาจกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการติดตามผลกระทบของกิจกรรมอวกาศที่มนุษย์สร้างขึ้น
ไลดาร์ รุ่นใหม่ ตรวจจับโลหะจากขยะอวกาศโดยเฉพาะ
ทีมวิจัยจาก Leibniz Institute of Atmospheric Physics หรือ IAP กำลังพัฒนา ไลดาร์ แบบสามช่องสัญญาณรุ่นใหม่ เพื่อใช้ตรวจจับสารต่าง ๆ ที่เกิดจากการเผาไหม้ของดาวเทียมและจรวด เช่น ทองแดง อะลูมิเนียมออกไซด์ และไฮโดรเจนฟลูออไรด์
ระบบดังกล่าวจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถติดตามการสะสมของโลหะในชั้นบรรยากาศได้ละเอียดขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต
งานวิจัยจาก Technische Universität Braunschweig ระบุว่า สารจากขยะอวกาศอาจสะสมในชั้นมีโซสเฟียร์และสตราโตสเฟียร์ในระดับที่เริ่มน่ากังวล และอาจส่งผลต่อสมดุลทางเคมีของชั้นโอโซนในระยะยาว
tags thestar