3 ชาติมหาอำนาจจับมือพัฒนา "เครื่องบินรบแห่งอนาคต"
การแข่งขันด้านเทคโนโลยีทางการทหารกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ เมื่อ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และอิตาลี เดินหน้าความร่วมมือในโครงการ Global Combat Air Programme (GCAP) เพื่อพัฒนาเครื่องบินขับไล่ล่องหน Gen 6 (6th-Generation Stealth Fighter) โดยใช้งบประมาณรวมกว่า 4.6 พันล้านปอนด์สเตอร์ลิง หรือประมาณ 2.1 แสนล้านบาท
โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการบินและการป้องกันประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีเป้าหมายสร้างเครื่องบินรบรุ่นใหม่ที่รองรับสงครามยุคดิจิทัลในอนาคต
ยกระดับด้วย AI และฝูงโดรนอัจฉริยะ
เครื่องบินรบภายใต้โครงการ GCAP จะมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ระบบพรางตัวขั้นสูง (Advanced Stealth) ระบบ AI ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจระหว่างภารกิจ รวมถึงความสามารถในการทำงานร่วมกับ Loyal Wingman หรือฝูงโดรนอัจฉริยะที่บินเคียงข้างนักบิน
นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์และขีดความสามารถในการโจมตีระยะไกล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการในสนามรบยุคใหม่
เตรียมแทนที่เครื่องบินรบรุ่นปัจจุบัน
เมื่อพัฒนาเสร็จสมบูรณ์ เครื่องบินรบรุ่นใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ Eurofighter Typhoon ของกองทัพอากาศอังกฤษ และ Mitsubishi F-2 ของญี่ปุ่น ซึ่งใช้งานมานานหลายปี
ทั้งสามประเทศตั้งเป้าหมายให้ เครื่องต้นแบบขึ้นบินได้ภายในปี 2027 และเริ่มเข้าประจำการจริงในช่วงกลางทศวรรษ 2030 หรือประมาณปี 2035
หนึ่งในโครงการเครื่องบินรบที่ทั่วโลกจับตามอง
GCAP ไม่ได้เป็นเพียงโครงการพัฒนาเครื่องบินรุ่นใหม่ แต่ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เพื่อตอบรับการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมการบินทางทหารที่กำลังเข้มข้นมากขึ้น
หลายฝ่ายมองว่า โครงการนี้จะเป็นคู่แข่งสำคัญของโครงการเครื่องบินรบยุคใหม่จากสหรัฐอเมริกาและจีน และอาจกำหนดทิศทางของอากาศยานรบในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
tags : euro-sd