OpenAI กำลังเพิ่มแนวทางด้านความปลอดภัยสำหรับกลุ่มผู้ใช้เยาวชน
ผ่านโหมด ChatGPT for Teens ซึ่งจะถูกตั้งค่าเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับบัญชีของผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญคือการปรับพฤติกรรมของ AI ให้มีลักษณะ “เป็นมนุษย์” น้อยลง เป้าหมายสำคัญคือไม่ให้เด็กเข้าใจว่า ChatGPT มีความรู้สึก ความคิด หรือชีวิตเหมือนมนุษย์ เพราะในความเป็นจริง ChatGPT ยังคงเป็นระบบ AI ที่สร้างคำตอบจากข้อมูลและการประมวลผลของโมเดล ไม่ใช่บุคคลที่มีจิตสำนึกแบบมนุษย์
อย่างไรก็ตาม Open AI ระบุว่า การปรับดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะต้องการแก้ปัญหาที่เด็กบางคนอาจเชื่อว่า ChatGPT “มีชีวิต” แต่เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการที่ผู้ใช้อาจผูกพันกับ AI มากเกินไป โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งด้านสมอง อารมณ์ และทักษะทางสังคม
เมื่อ AI กลายเป็น “เพื่อน” มากกว่าเครื่องมือ
AI สามารถช่วยเด็กทำงานได้หลากหลาย ตั้งแต่ค้นหาข้อมูล วิเคราะห์เนื้อหา ช่วยทำการบ้าน ไปจนถึงสร้างภาพ แต่ปัญหาอาจเกิดขึ้นเมื่อ AI ถูกนำมาใช้แทนการพูดคุยหรือขอคำแนะนำจากคนจริง ๆ
เพราะการพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวน้อยลง
ขาดโอกาสเรียนรู้จากสถานการณ์จริง และอาจเกิดความสับสนระหว่าง ความสัมพันธ์จำลองกับความสัมพันธ์ในชีวิตจริง ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อผู้ใช้ยังมีวุฒิภาวะไม่มากพอที่จะประเมินคำตอบของ AI ด้วยตัวเอง เพราะแม้ ChatGPT จะสามารถสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้มีประสบการณ์ชีวิตหรือวิจารณญาณแบบมนุษย์
อีกประเด็นสำคัญคือ AI อาจไม่สามารถรับรู้บริบทของปัญหาบางอย่างได้ครบถ้วน เช่น เด็กที่ถามคำถามเกี่ยวกับสภาวะทางอารมณ์หรือปัญหาสุขภาพจิตซ้ำ ๆ ระบบอาจตอบคำถามตามข้อมูลที่ได้รับ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าใจสถานการณ์ของเด็กในแบบเดียวกับผู้ปกครอง ครู หรือผู้เชี่ยวชาญที่สามารถสังเกตพฤติกรรมและบริบทโดยรวมได้
แม้ Open AI จะกำหนดแนวทางสำหรับบัญชีวัยรุ่น แต่ยังมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับ การตรวจสอบอายุของผู้ใช้
เนื่องจากระบบสมัครบัญชีอาจยังมีช่องโหว่ หากเด็กสามารถระบุอายุที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงได้ ก็อาจทำให้มาตรการที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ต่ำกว่า 18 ปีทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ดังนั้น ความท้าทายไม่ได้มีเพียงการออกแบบ AI ให้ปลอดภัยขึ้น แต่ยังรวมถึงการทำให้ระบบสามารถแยกแยะกลุ่มอายุได้อย่างน่าเชื่อถือด้วย
tags : engadget