แสงอาทิตย์อาจกลายเป็นพลังช่วยชีวิตรูปแบบใหม่ เมื่อทีมนักศึกษาจากเนเธอร์แลนด์เปิดตัว “Stella Juva” รถพยาบาลพลังงานแสงอาทิตย์คันแรกของโลก ที่ถูกออกแบบมาเพื่อพาแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์เข้าถึงชุมชนห่างไกลโดยไม่ต้องพึ่งน้ำมันหรือโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า
ผลงานชิ้นนี้เป็นฝีมือของนักศึกษาจำนวน 23 คน
จาก Solar Team Eindhoven แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไอนด์โฮเวน (Eindhoven University of Technology) ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยแนวคิดสำคัญของโครงการคือการแก้ปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในพื้นที่ที่การเดินทางไปโรงพยาบาลอาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง
ไม่ใช่รถฉุกเฉิน แต่คือ "คลินิกเคลื่อนที่"
Stella Juva ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อวิ่งเปิดไซเรนรับผู้ป่วยฉุกเฉินเหมือนรถพยาบาลทั่วไป แต่ถูกพัฒนาให้ทำหน้าที่เป็น คลินิกเคลื่อนที่ ที่นำทีมแพทย์และเครื่องมือแพทย์ไปให้บริการถึงชุมชน
ภายในรถสามารถรองรับการให้บริการด้านสาธารณสุขหลายรูปแบบ เช่น
ตรวจเลือด
คัดกรองวัณโรคและไข้มาลาเรีย
ฉีดวัคซีน
ตรวจอัลตราซาวด์สำหรับหญิงตั้งครรภ์
แนวคิดนี้ช่วยให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อเข้าถึงโรงพยาบาล
ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ทั้งการขับเคลื่อนและอุปกรณ์แพทย์
จุดเด่นของ Stella Juva คือแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่ผลิตไฟฟ้าสำหรับทั้งการขับเคลื่อนรถและจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ทางการแพทย์ภายใน
ทีมพัฒนาระบุว่า ในสภาพอากาศที่มีแสงแดดเหมาะสม รถสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 715 กิโลเมตร ต่อการใช้งาน ซึ่งใกล้เคียงกับการขับรถจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ได้เกือบตลอดเส้นทาง แม้ตัวเลขดังกล่าวยังต้องผ่านการพิสูจน์ในการใช้งานจริงก็ตาม
แผงโซลาร์เซลล์ใช้เทคโนโลยี All Back Contact (ABC) ของ AIKO ที่ย้ายจุดเชื่อมต่อไฟฟ้าไปไว้ด้านหลังแผง ทำให้รับแสงได้เต็มพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า และยังทำงานได้ดีในสภาพอากาศร้อน
เพิ่มความปลอดภัยให้แบตเตอรี่ พร้อมเงินสนับสนุนวิจัย
บตเตอรี่ของ Stella Juva ยังได้รับการเคลือบด้วยสารพิเศษ PPG CoraChar SE 4000 ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ Thermal Runaway หรือภาวะที่แบตเตอรี่เกิดความร้อนสูงผิดปกติจนลุกลามได้
นอกจากนี้ บริษัท PPG ยังสนับสนุนเงินวิจัยกว่า 46,250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.53 ล้านบาท เพื่อผลักดันการพัฒนาโครงการนี้ต่อไป
Stella Juva เป็นตัวอย่างของการนำพลังงานสะอาดมาประยุกต์ใช้กับงานสาธารณสุข โดยเปลี่ยนรถพยาบาลให้กลายเป็นคลินิกเคลื่อนที่ที่เข้าถึงชุมชนห่างไกลได้ง่ายขึ้น หากการทดสอบภาคสนามประสบความสำเร็จ ก็อาจกลายเป็นต้นแบบของระบบสาธารณสุขในพื้นที่ที่ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต
tags : futuroprossimo