หัวข้อข่าว

ญี่ปุ่นพัฒนา “Lunavity” โดรนสะพายหลัง ช่วยกระโดดสูงขึ้นและลอยตัวเหมือนอยู่บนดวงจันทร์

Lunavity

ลองจินตนาการว่าการกระโดดหนึ่งครั้งสามารถพาร่างกายลอยอยู่กลางอากาศได้นานขึ้น และความรู้สึกขณะเคลื่อนที่คล้ายกับการเดินบนดวงจันทร์ นี่คือแนวคิดเบื้องหลัง Lunavity เทคโนโลยีโดรนสวมใส่จากทีม Rekimoto Lab แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่กำลังเปลี่ยนข้อจำกัดของร่างกายมนุษย์ด้วยแรงยกจากใบพัด

Lunavity หรือชื่อทางวิชาการว่า Augmented Jump

university of tokyo lunavity backpack multi rotor system

เป็นระบบที่ติดตั้งชุดใบพัดไว้ด้านหลังผู้ใช้งาน เพื่อสร้างแรงยกขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำหนักตัวที่ร่างกายต้องรับรู้ลดลง ส่งผลให้ผู้สวมใส่สามารถกระโดดได้สูงกว่าปกติประมาณ 2–3 เท่า พร้อมลอยตัวในอากาศได้นานขึ้นและลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวลกว่าเดิม

สำหรับต้นแบบ Lunavity ระบบใบพัดด้านบนมีลักษณะเป็นวงกลมขนาดประมาณ 1.5 เมตร และประกอบด้วยใบพัด 8 ชุด หรือ Octocopter ตัวต้นแบบมีความสูงเกือบ 1.3 เมตร และหนักประมาณ 60 กิโลกรัม โดยแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวมีน้ำหนักราว 24 กิโลกรัม ขณะที่ระบบสามารถสร้างแรงพยุงรองรับผู้ใช้งานได้สูงสุดประมาณ 50 กิโลกรัม

จุดที่น่าสนใจคือแรงพยุงดังกล่าว

university of tokyo lunavity backpack multi rotor system 1

สามารถลดผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงของโลกที่มีต่อผู้ใช้งานลงได้ประมาณ 75% หรือเหลือเพียง 25% ของแรงโน้มถ่วงปกติ จึงทำให้การกระโดดและการลอยตัวมีลักษณะคล้ายกับการเคลื่อนที่บนพื้นผิวที่มีแรงโน้มถ่วงต่ำ

แม้จะมีโดรนขนาดใหญ่อยู่บนหลัง แต่ผู้ใช้งานไม่ได้ต้องควบคุมระบบด้วยวิธีที่ซับซ้อน เพราะ Lunavity ใช้เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของร่างกาย แล้วปรับแรงขับของใบพัดให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวนั้นแบบต่อเนื่อง ผู้สวมใส่จึงยังเป็นผู้ควบคุมทิศทางและการเคลื่อนที่ ขณะที่ระบบทำหน้าที่เหมือน “ตัวช่วยเพิ่มความสามารถทางกายภาพ”

ระบบยังสามารถตรวจจับท่าทางและการเคลื่อนไหวของมือระหว่างลอยตัว

เพื่อให้ผู้ใช้งานเลือกทิศทางที่ต้องการหันก่อนลงสู่พื้น เพิ่มความสามารถในการควบคุมระหว่างการเคลื่อนที่กลางอากาศ

university of tokyo lunavity backpack multi rotor system 2

แนวคิดนี้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2018 โดยทีมวิจัยเคยสาธิตการใช้งานในหลายรูปแบบ เช่น การกระโดดข้ามทางม้าลายในก้าวเดียว การกระโดดดังก์บาสเกตบอล และการกระโดดเอื้อมเก็บผลไม้จากต้นไม้ นอกจากนี้ยังมองถึงการนำไปใช้ข้ามสิ่งกีดขวาง ขึ้นลงบันได สร้างรูปแบบกีฬาใหม่ หรือช่วยให้เดินทางในพื้นที่ทุรกันดารได้สะดวกขึ้น

ล่าสุด ทีมวิจัยยังเดินหน้าพัฒนาแนวคิดนี้ต่อ โดยในเดือนมีนาคม 2026 มีการเปิดตัว Augmented Leap รุ่นใหม่ ซึ่งเปลี่ยนจากระบบ 8 ใบพัดมาใช้ 6 ใบพัด หรือ Hexacopter เพื่อให้โครงสร้างมีน้ำหนักเบาลง รุ่นใหม่นี้มุ่งลดภาระที่ร่างกายต้องรับเหลือประมาณสองในสาม พร้อมออกแบบให้แรงขับของระบบต่ำกว่าน้ำหนักตัวผู้ใช้งานเสมอ

แนวทางดังกล่าวทำให้ Augmented Leap ถูกวางแนวคิดให้เป็น ระบบช่วยพยุงการกระโดด มากกว่าการเป็น “เครื่องบินส่วนตัว” ที่สามารถยกผู้ใช้งานขึ้นบินเต็มรูปแบบ ซึ่งทีมวิจัยมุ่งเน้นเรื่องการควบคุมและความปลอดภัยในการใช้งานเป็นสำคัญ

tags : linkedin

Facebook