ถึงเวลาที่หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์เริ่มรับงานเป็นแม่บ้านจริง ๆ แล้ว Tau Robotics สตาร์ตอัประบบหุ่นยนต์จากซานฟรานซิสโก เปิดบริการทดลองให้ลูกค้าเรียกหุ่นยนต์เข้าไปทำความสะอาดบ้านในราคา 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง หรือราว 1,000 บาท แต่เบื้องหลังความล้ำนี้ยังมีมนุษย์คอยควบคุมหุ่นยนต์อยู่ตลอดเวลา
จากห้องทดลองสู่บ้านจริง
Tau Robotics เปิดบริการทำความสะอาดบ้านด้วยหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ในซานฟรานซิสโกเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 โดยในระยะแรกเป็นบริการแบบ Invite-only หรือเปิดให้เฉพาะลูกค้าที่ได้รับเชิญ ขณะที่บริษัทมีแผนขยายบริการเพิ่มเติมในอนาคต
บริการดังกล่าวใช้หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ที่มีพื้นฐานจาก Unitree G1 ซึ่งผลิตโดยบริษัท Unitree ของจีน โดยหุ่นยนต์ถูกนำมาใช้ทำงานบ้านพื้นฐาน เช่น ดูดฝุ่น เช็ดพื้นผิว และเก็บขยะ ขณะที่การทำงานยังไม่ได้เป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
AI ยังไม่พอ ต้องมีมนุษย์อยู่หลังฉาก
จุดที่น่าสนใจคือ Tau Robotics ไม่ได้ปล่อยให้ AI ตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ใช้ระบบ Human-in-the-loop หรือมีมนุษย์เข้ามาช่วยควบคุมการทำงาน
ผู้ควบคุมระยะไกลจะคอยดูภาพจากกล้องของหุ่นยนต์และช่วยกำกับการเคลื่อนไหว ขณะที่ AI ทำหน้าที่ช่วยประมวลผลและสนับสนุนการทำงาน แนวทางนี้สะท้อนข้อจำกัดของหุ่นยนต์ในปัจจุบัน เพราะสภาพแวดล้อมภายในบ้านมีวัตถุและสถานการณ์หลากหลายกว่าพื้นที่ที่ถูกควบคุมในโรงงาน
Tau ระบุว่าบริการนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายระยะยาวในการสร้างหุ่นยนต์ที่สามารถเรียนรู้จากโลกจริง โดยเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่าระบบจะเก็บข้อมูลจากการทำงานของหุ่นยนต์ เพื่อนำไปพัฒนาโมเดลสำหรับการควบคุมหุ่นยนต์ในอนาคต
ราคา $30 แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ “ข้อมูล”
ค่าบริการ 30 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ถือเป็นจุดขายสำคัญของ Tau Robotics เพราะทำให้บริการหุ่นยนต์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่อาจไม่ได้ใช้บริการแม่บ้านเป็นประจำได้ง่ายขึ้น โดยบริษัทระบุว่าบริการในช่วงเริ่มต้นจะเปิดให้ลูกค้าที่ผ่านการคัดเลือกก่อน อย่างไรก็ตาม การนำหุ่นยนต์ที่มีกล้องเข้าไปทำงานภายในบ้านย่อมทำให้เกิดคำถามด้าน Privacy และการใช้ข้อมูล เพราะข้อมูลจากการทำงานในโลกจริงมีความสำคัญต่อการฝึกหุ่นยนต์ให้ทำงานได้อัตโนมัติมากขึ้น ขณะที่ Tau เองก็ให้ความสำคัญกับการรวบรวมข้อมูลจากหุ่นยนต์เพื่อพัฒนาโมเดลของบริษัท
เปิดบริการวันเดียวกับข่าวแบนหุ่นยนต์จีน
ประเด็นที่ทำให้บริการของ Tau Robotics ถูกจับตามองมากขึ้น คือวันที่เปิดตัวบริการ 28 กรกฎาคม 2026 เป็นวันเดียวกับที่คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารสหรัฐฯ หรือ FCC ประกาศมาตรการเพิ่มหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์และหุ่นยนต์สี่ขาที่ผลิตจากต่างประเทศเข้าสู่รายการอุปกรณ์ที่ถูกจำกัด โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงและความปลอดภัยทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าหุ่นยนต์ Unitree G1 ที่มีอยู่ในสหรัฐฯ จะถูกสั่งห้ามใช้งานทันที เพราะข้อจำกัดหลักมุ่งไปที่ รุ่นใหม่ที่ยังไม่ได้รับการรับรอง ขณะที่อุปกรณ์รุ่นเดิมที่ผ่านการอนุมัติและใช้งานอยู่แล้วไม่ได้ถูกแบนย้อนหลังตามมาตรการนี้
นอกจากนี้ Unitree G1 ยังถูกพูดถึงในประเด็นความปลอดภัยไซเบอร์จากงานวิจัยและรายงานเกี่ยวกับช่องโหว่ UniPwn ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสื่อสารผ่าน Bluetooth และอาจเปิดช่องให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมระบบของหุ่นยนต์ได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ โดยประเด็นดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการถกเถียงด้านความปลอดภัยของหุ่นยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
tags : cbsnews