ถ้าต้นไม้ส่งสัญญาณบอกได้ว่ากำลังขาดน้ำหรือเผชิญความเครียด เกษตรกรอาจไม่ต้องรอให้ใบเหี่ยวหรือพืชแสดงอาการผิดปกติอีกต่อไป นี่คือแนวคิดของ Electric Plant สตาร์ตอัปจากสหรัฐฯ ที่พัฒนา AI Bombadil ระบบวิเคราะห์สัญญาณไฟฟ้าภายในต้นไม้ เพื่อช่วยให้เข้าใจสภาพของพืชได้มากขึ้น
ระบบนี้ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ขนาดเล็กชื่อ Bud
ซึ่งติดตั้งเพื่ออ่านสัญญาณไฟฟ้าที่เกิดขึ้นภายในต้นไม้ จากนั้น AI จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อประเมินว่าพืชอาจกำลังขาดน้ำ เผชิญความเครียด หรือได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมหรือไม่ แนวทางนี้อาจช่วยให้ผู้ปลูกสังเกตความเปลี่ยนแปลงของพืชได้ โดยไม่ต้องอาศัยการดูอาการภายนอกเพียงอย่างเดียว
เบื้องหลังเทคโนโลยีคือการฝึก AI ให้เรียนรู้รูปแบบสัญญาณจากพืชมากกว่า 125 ชนิด เพื่อให้ระบบมีข้อมูลสำหรับวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในต้นไม้ อย่างไรก็ตาม การอ่านสัญญาณไฟฟ้าไม่ได้หมายความว่า AI เข้าใจภาษาของต้นไม้เหมือนมนุษย์ แต่เป็นการใช้ข้อมูลทางชีวภาพมาประเมินสภาพของพืชตามรูปแบบที่ระบบเรียนรู้มา
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ
การช่วยจัดการน้ำในการเกษตร โดย Electric Plant คาดการณ์ว่าเทคโนโลยีนี้มีโอกาสช่วยให้เกษตรกรประหยัดน้ำได้มากกว่า 20% หากสามารถใช้ข้อมูลจากต้นไม้เพื่อประกอบการตัดสินใจเรื่องการให้น้ำได้อย่างเหมาะสม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นการคาดการณ์ของบริษัท ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ยืนยันว่าจะเกิดขึ้นกับทุกชนิดพืชหรือทุกพื้นที่เพาะปลูก
สำหรับราคาเซนเซอร์ Bud มีการระบุช่วงราคาไว้ที่หลักสิบดอลลาร์ หรือประมาณ 300–3,000 บาท ขณะที่เทคโนโลยีอยู่ในระยะเริ่มต้นของการทำตลาดเชิงพาณิชย์ จึงยังต้องติดตามทั้งราคาและความสามารถในการนำไปใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมการเกษตรที่แตกต่างกัน
นอกจากการตรวจจับความเครียดของพืชแล้ว Electric Plant ยังตั้งเป้าหมายระยะยาวไปไกลกว่าการติดตามสุขภาพต้นไม้ โดยมองถึงความเป็นไปได้ที่มนุษย์จะส่งสัญญาณเพื่อสื่อสารกับต้นไม้ได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ยังเป็นเป้าหมายการพัฒนา ไม่ใช่ความสามารถที่ยืนยันแล้วของระบบในปัจจุบัน
tags : techcrunch