หลังจากโดรนเปลี่ยนรูปแบบการรบในยูเครน ตอนนี้เทคโนโลยีกำลังถูกผลักไปอีกขั้น เมื่อ Mykhailo Fedorov อดีตรัฐมนตรีกลาโหมยูเครน เปิดตัวโครงการ “Army of Robots” เพื่อเร่งพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสำหรับภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงในสนามรบ
Fedorov เปิดตัวโครงการดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ภายในงาน IT Arena ที่เมืองลวิฟ โดยวางแนวคิดให้ Army of Robots เป็น “ระบบนิเวศ” ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ มากกว่าจะเป็นบริษัทเพียงแห่งเดียว โครงการจะเชื่อมโยงบริษัทเทคโนโลยี วิศวกร นักวิจัย เงินลงทุน และการทดสอบร่วมกับกองทัพเข้าด้วยกัน
จาก Army of Drones สู่ยุคหุ่นยนต์ภาคพื้นดิน
แนวคิดนี้ต่อยอดจาก Army ofDrones ซึ่ง Fedorov เคยผลักดันในปี 2022 โดยครั้งนี้เป้าหมายขยับจากระบบบินไร้คนขับไปสู่ Physical AI หรือ AI ที่สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและสั่งการอุปกรณ์ทางกายภาพ รวมถึงหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์และยานพาหนะภาคพื้นดินไร้คนขับ
ภารกิจที่วางไว้ไม่ได้มีเพียงการต่อสู้ แต่รวมถึงงานอย่างการลาดตระเวน การขนส่งยุทธปัจจัย การเปลี่ยนแบตเตอรี่ การติดตั้งเซนเซอร์ การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการอพยพผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่อันตราย โดยเป้าหมายสำคัญคือให้เครื่องจักรเข้ารับภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงแทนมนุษย์มากขึ้น
ตั้งเป้าหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ภายใน 6 เดือน
หนึ่งในเป้าหมายที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Fedorov ตั้งกรอบเวลา 6 เดือน สำหรับการทำให้หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์สามารถปฏิบัติภารกิจต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามได้เป็นครั้งแรก
นอกจากนี้ ภายใน 12 เดือน โครงการตั้งเป้าหมายให้เกิดปฏิบัติการที่ใช้หุ่นยนต์และโดรนทำงานร่วมกันโดยไม่ต้องมีทหารราบเข้าไปในพื้นที่เดียวกันโดยตรง ทั้งหมดจะอาศัยซอฟต์แวร์และอัลกอริทึมเพื่อประสานการทำงานของระบบต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายดังกล่าวเป็น เป้าหมายของโครงการ ไม่ได้หมายความว่าหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์เหล่านี้มีขีดความสามารถดังกล่าวพร้อมใช้งานแล้วในปัจจุบัน โดยรายงานหลายแห่งระบุว่าภาพหุ่นยนต์ในวิดีโอเปิดตัวเป็นภาพที่สร้างด้วย AI และไม่ใช่ภาพการใช้งานหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์จริงในสนามรบ
แนวคิดของนี้จึงพยายามนำรูปแบบการพัฒนาเทคโนโลยีจากยุคโดรนมาปรับใช้กับระบบภาคพื้นดิน โดยเน้นให้บริษัทเอกชนและทีมวิศวกรสามารถพัฒนาเทคโนโลยี ทดลองกับกองทัพ และเร่งขยายเฉพาะระบบที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถใช้งานจริงได้
ก้าวต่อไปของสงครามที่ใช้ AI มากขึ้น?
Army ofRobots สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนขึ้นของการนำ AI และระบบไร้คนขับเข้ามามีบทบาทในภารกิจทางทหาร ตั้งแต่การขนส่งและลาดตระเวน ไปจนถึงภารกิจในพื้นที่เสี่ยง
แต่ในทางปฏิบัติ หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ที่สามารถทำงานได้อย่างอิสระในสภาพสนามรบยังมีความท้าทายอีกมาก ทั้งการเคลื่อนที่บนพื้นที่ซับซ้อน การรับรู้เป้าหมาย การควบคุมจากระยะไกล ความน่าเชื่อถือของระบบ และการทำงานโดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์ตลอดเวลา
tags : interestingengineering