ใต้มหาสมุทรแปซิฟิกยังมีสิ่งมีชีวิตอีกมากที่มนุษย์แทบไม่รู้จัก ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ค้นพบไวรัสมากกว่า 11,742 ชนิดในพื้นที่ทะเลลึกที่กำลังเป็นเป้าหมายสำคัญของการสำรวจแร่ใต้ทะเล โดยไวรัสกว่า 99% เป็นชนิดที่ไม่เคยมีบันทึกในฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาก่อน
พื้นที่แร่สำคัญที่ซ่อนโลกของไวรัสเอาไว้
บริเวณที่เรียกว่า Clarion-Clipperton Fracture Zone (CCZ) ทอดตัวอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ระหว่างบริเวณทางตะวันออกของฮาวายกับทางตะวันตกของเม็กซิโก พื้นที่นี้ได้รับความสนใจจากหลายประเทศ เพราะพื้นทะเลมีแร่ธาตุสะสมอยู่ในรูปก้อนแร่ที่เรียกว่า Polymetallic Nodules ซึ่งมีโลหะสำคัญ เช่น แมงกานีส นิกเกิล และโคบอลต์ ที่มีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ไวรัสกว่า 99% ไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน
ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฉงชิ่ง ประเทศจีน รายงานการค้นพบไวรัส 11,742 ชนิดในพื้นที่ดังกล่าว โดยมากกว่า 99% เป็นไวรัสที่ไม่เคยได้รับการบันทึกไว้ในทางวิทยาศาสตร์ และมีลักษณะทางพันธุกรรมที่แตกต่างจากไวรัสที่พบในถิ่นอาศัยอื่นอย่างมาก
การค้นพบนี้สะท้อนให้เห็นว่าทะเลลึกยังเป็นพื้นที่ที่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มีอยู่อย่างจำกัด แม้จะเป็นบริเวณที่หลายประเทศกำลังให้ความสนใจในฐานะแหล่งทรัพยากรแร่ใต้ทะเลก็ตาม
ไวรัสเหล่านี้ไม่ได้หมายถึงโรคระบาดในมนุษย์
ไวรัสส่วนใหญ่ที่พบมีเป้าหมายเป็นจุลินทรีย์กลุ่มโพรคาริโอต (Prokaryotes) เช่น แบคทีเรียและอาร์เคีย ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศใต้ทะเล งานวิจัยไม่ได้ระบุว่าไวรัสเหล่านี้เป็นภัยต่อมนุษย์โดยตรง
จุลินทรีย์เหล่านี้ช่วยขับเคลื่อนการหมุนเวียนสารอาหารหลายชนิดในมหาสมุทร ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอน ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส กำมะถัน และโลหะ ขณะที่ไวรัสสามารถส่งผลต่อการทำงานของจุลินทรีย์ผ่านการติดเชื้อและปฏิสัมพันธ์ทางพันธุกรรม ทำให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสมดุลของระบบนิเวศในระดับที่ซับซ้อนกว่าที่มองเห็นด้วยตาเปล่า
ความกังวลเรื่องเหมืองแร่ใต้ทะเล
ประเด็นที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสำคัญคือ เมื่อมีการทำเหมืองใต้ทะเล ตะกอนพื้นทะเลอาจฟุ้งกระจายและรบกวนสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างไวรัสกับจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหมุนเวียนสารอาหาร
ไวรัสบางชนิดอาจเกี่ยวข้องกับยีนที่ช่วยให้จุลินทรีย์ปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่มีโลหะเข้มข้นได้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่แท้จริงจากการทำเหมืองต่อเครือข่ายไวรัสและจุลินทรีย์ รวมถึงระยะเวลาที่ระบบนิเวศจะฟื้นตัว ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
หลายประเทศสำรวจแร่แล้ว แต่ความรู้ด้านระบบนิเวศยังต้องเพิ่ม
องค์การพื้นทะเลระหว่างประเทศ (International Seabed Authority: ISA) ได้ออกใบอนุญาตสำหรับการสำรวจแร่ในเขต Clarion-Clipperton แล้ว 17 ฉบับ โดย 5 ฉบับเป็นของจีน ข้อมูลจากการค้นพบไวรัสครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งขององค์ความรู้พื้นฐานที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจระบบนิเวศก่อนที่กิจกรรมทำเหมืองจะขยายตัว
งานวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2026 โดยการค้นพบครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าผลกระทบจากเหมืองใต้ทะเลได้รับการพิสูจน์แล้ว แต่ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ซึ่งมีมูลค่าทางทรัพยากรสูงแห่งนี้ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพและกระบวนการทางธรรมชาติอีกมากที่ต้องทำความเข้าใจ
tags : nature