หุ่นยนต์ที่วิ่งเร็วหรือกระโดดได้อาจดูน่าตื่นตา แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการทำให้มันหยิบจับสิ่งของ ทำงานในโรงงาน หรือช่วยงานในชีวิตประจำวันได้อย่างแม่นยำ นี่คือโจทย์ที่ DexForce (เด็กซ์ฟอร์ซ) สตาร์ตอัปด้าน AI และหุ่นยนต์จากเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน กำลังพยายามแก้ไขด้วยการฝึกหุ่นยนต์ผ่านโลกจำลอง แทนการเก็บข้อมูลจากการทำงานจริงทั้งหมด
แนวทางของบริษัทคือการสร้างสถานการณ์เสมือนจริงขึ้นมา แล้วปรับเปลี่ยนองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้หุ่นยนต์เรียนรู้ทักษะที่หลากหลาย เช่น เปลี่ยนมุมของแขนหุ่นยนต์ เปลี่ยนสีโต๊ะ และสลับวัตถุที่ต้องหยิบจับ วิธีนี้ช่วยให้ระบบได้ฝึกกับเงื่อนไขจำนวนมาก โดยไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมอุปกรณ์และให้มนุษย์สาธิตทุกสถานการณ์ในโลกจริง
หัวใจสำคัญเรียกว่า Synthetic Data หรือข้อมูลสังเคราะห์
ซึ่งเป็นข้อมูลที่สร้างขึ้นจากการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ แทนการเก็บข้อมูลจากเหตุการณ์จริงเพียงอย่างเดียว สำหรับการฝึกหุ่นยนต์ ข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้สร้างตัวอย่างการเคลื่อนไหวและสถานการณ์ที่แตกต่างกันได้ ช่วยลดภาระการเก็บข้อมูลจากแรงงานมนุษย์ ซึ่งอาจต้องทำท่าทางเดิมซ้ำหลายครั้งเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำ
เจีย ขุย (Jia Kui) ซีอีโอของ เด็กซ์ฟอร์ซ ให้ข้อมูลกับ Reuters ว่า การพัฒนา Physical Artificial General Intelligence หรือแนวคิด AI ที่สามารถรับรู้และลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ในโลกกายภาพได้อย่างหลากหลาย ต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมหาศาล เขาประเมินว่าหากพึ่งพาการเก็บข้อมูลจากโลกจริงเพียงอย่างเดียว อาจต้องใช้ตัวอย่างมากถึง 10 ล้านล้านชุด ซึ่งเป็นภารกิจที่มีต้นทุนและข้อจำกัดสูง
กระบวนการฝึกของ DexForce เริ่มจากสร้างแบบจำลองดิจิทัล
ของสถานที่ทำงานหรือภารกิจ จากนั้นให้ AI เรียนรู้วิธีปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมจำลอง ก่อนนำความรู้ไปปรับใช้กับหุ่นยนต์จริง บริษัทมองว่าวิธีนี้ช่วยให้การฝึกทำได้รวดเร็วและประหยัดกว่าการให้มนุษย์สาธิตซ้ำ ๆ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในโลกเสมือนไม่ได้รับประกันว่าหุ่นยนต์จะทำงานได้เหมือนกันทุกประการในโลกจริง เพราะยังต้องรับมือกับวัตถุ สภาพแสง และสภาพแวดล้อมที่คาดเดาได้ยาก
ปัญหานี้เป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในจีน แม้จะมีการลงทุนสร้างศูนย์ฝึกหุ่นยนต์และใช้ทั้งข้อมูลจำลองกับข้อมูลจากสถานการณ์จริง แต่ข้อมูลคุณภาพสูงยังเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตต้องการ ขณะเดียวกัน เด็กซ์ฟอร์ซ ระบุว่าซอฟต์แวร์ของบริษัทถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมโดยบริษัทต่าง ๆ เช่น Toyota, Samsung, Panasonic, Foxconn, Haier และ Hisense นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่ามีการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปทำงานอย่างชงกาแฟและให้บริการลูกค้าในห้างสรรพสินค้าและสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า 15 เมืองในจีน
tags : reuters