รถแท็กซี่ที่ไม่มีคนขับกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ เมื่อ Waymo เปิดให้บริการรถรุ่นใหม่ “Ojai (อ่านว่า โอ-ไฮ ตามภาษาสเปน) ” อย่างเป็นทางการ พร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติรุ่นที่ 6 และ Gemini สำหรับรับคำสั่งจากผู้โดยสาร
Waymo เริ่มนำ “โอ-ไฮ” รถแท็กซี่ไร้คนขับรุ่นใหม่เข้าสู่การให้บริการเชิงพาณิชย์ใน 3 เมืองแรก ได้แก่ San Francisco, Phoenix และ Los Angeles ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการขยายบริการ Robotaxi หรือแท็กซี่ที่สามารถขับเคลื่อนได้โดยไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุม
Ojai พัฒนาบนพื้นฐานของ Zeekr
“โอ-ไฮ” เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2024 โดยใช้พื้นฐานจากรถมินิแวนของ Geely Zeekr ก่อนนำมาปรับแต่งให้รองรับเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของ Waymo
หัวใจสำคัญคือการติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติ รุ่นที่ 6 ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการขับเคลื่อนของรถ โดย “โอ-ไฮ” ยังคงมีพวงมาลัยอยู่บริเวณฝั่งคนขับ แต่ตัวรถถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานในรูปแบบรถแท็กซี่ไร้คนขับ ภายในห้องโดยสารยังมี จอแสดงผลทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถใช้งานและรับข้อมูลระหว่างการเดินทางได้สะดวกมากขึ้น
เพิ่ม Gemini ให้ผู้โดยสารสั่งงานด้วยเสียง
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ Waymo นำ Gemini เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถสื่อสารและออกคำสั่งกับรถผ่านเสียงได้
การเพิ่ม AI เข้ามาในห้องโดยสารทำให้บทบาทของ Robotaxi ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพาผู้โดยสารจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่ยังเปิดทางให้การโต้ตอบระหว่างคนกับรถเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ปัจจุบัน Waymo มีรถ “โอ-ไฮ” อยู่ประมาณ 300 คัน และบริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนรถให้ได้ถึง 5,000 คันภายในสิ้นปีนี้
หากทำได้ตามเป้าหมาย จะเป็นการเพิ่มจำนวนรถมากกว่า 16 เท่า จากจำนวนที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อรองรับการขยายบริการไปยังเมืองใหม่ ที่ Waymo วางแผนขยายบริการเพิ่มเติม ได้แก่ Denver, Las Vegas และ San Diego
การเปิดตัว Ojai สะท้อนทิศทางของ Waymo
ที่กำลังเดินหน้าขยาย Robotaxi จากบริการในเมืองหลักไปสู่เครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยรถรุ่นใหม่ใช้พื้นฐานจาก Zeekr ผสานระบบขับขี่อัตโนมัติรุ่นที่ 6 และเพิ่ม Gemini เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถสื่อสารกับรถผ่านเสียงได้
จากจุดเริ่มต้นเพียงราว 300 คัน Waymo ตั้งเป้าไปให้ถึง 5,000 คันภายในสิ้นปีนี้ พร้อมขยายบริการไปยังเมืองอื่น ๆ ในสหรัฐฯ เพิ่มเติม
tags : TechCrunch